| ชื่อเรื่อง | : | สถาบันสงฆ์กับการเมืองและสังคมล้านนา พ.ศ.1954-2101 |
| นักวิจัย | : | ยุพิน เข็มมุกด์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2531 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55967 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์เรื่องนี้ มุ่งศึกษาบทบาทและอิทธิพลของสถาบันสงฆ์ที่มีต่อเสถียรภาพและ ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมล้านนา โดยเฉพาะในช่วง พ.ศ.1954-2101 (พญาสามฝั่งแกนถึงพญาเมกุฎสุทธิวงศ์) และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันสงฆ์ ผู้นำทาง การเมืองและชนชั้นต่างๆ ในสังคม ตลอดถึงอุดมคติของสถาบันสงฆ์ที่ได้รับการเน้น เพื่อเป็น อุดมการของรัฐ นอกจากนั้นยังได้ศึกษาปฏิสัมพันธ์และผลกระทบของสถาบันสงฆ์ต่อการเมือง เศรษฐกิจและสังคมล้านนาในช่วงเวลาดังกล่าว ผลจากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ในความพยายามที่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมือง สิ่งสำคัญประการหนึ่งของกษัตริย์ล้านนาในช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 20 ถึงสิ้นพุทธศตวรรษ ที่ 21 คือ การสถาปนาอุดมการของรัฐขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกับอุดมคติของสถาบันสงฆ์และความ เปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ-สังคมที่ขยายตัวมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพุทธศตวรรษที่ 21 นับตั้งแต่รัชกาลพญาติโลกราชเป็นต้นมาถึงรัชกาลพญาเมืองแก้ว สถาบันสงฆ์มีบทบาทและ อิทธิพลในการสร้างคนให้เกิดภูมิปัญญามากขึ้น แม้ว่าสังคมจะประกอบไปด้วยคนหลายชนชั้น แต่ พระสงฆ์ในยุคนี้เชื่อในความมีปัญญาของมนุษย์ จึงมุ่งเน้นสอนคนให้เกิดปัญญาด้วยสาระทาง พุทธธรรมเพราะจะช่วยนำไปสู่การปฏิบัติที่ประกอบด้วยกุศลกรรม อุดมการของรัฐในทางพุทธศาสนา จึงมีสาระสำคัญว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นเสมือนพระโพธิสัตว์ ปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะ ธรรมิกราชาธิราชทั้งในฝ่ายพุทธจักรและอาณาจักรล้วนเป็นไปเพื่อจรรโลงธรรม เพื่อจะยัง พสกนิกรของพระองค์ทั้งพุทธจักรวรรดิให้เข้าใจพุทธธรรมลึกซึ้งยิ่งขึ้น และดำรงตนแต่สิ่งที่เป็น มงคลแก่ชีวิตในวิถีทางที่ชอบด้วยธรรมตามฐานะ และหน้าที่ของตนด้วยความไม่ประมาท จะ บรรลุความหลุดพ้น คือ นิพพานอันเป็นอุดมคติของชีวิตชาวพุทธเถรวาท เนื่องจากพฤติกรรมการอุทิศถวาย ทั้งส่วนที่เป็นที่ดินและผลประโยชน์รวมถึงผู้คนให้กับ วัดวาอารามต่างๆ โดยเฉพาะพระอารามหลวง เพื่อเป็นทานแก่พระศาสนาในอาณาจักรล้านนา มีมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ชุมชนวัดหรือศาสนจักรขยายตัวเติบโตขึ้น คนของศาสนาจักรจึงมี ฐานะเป็นอภิสิทธิชน หลุดจากอำนาจรัฐ เพราะได้รับการยกเว้นภาระหน้าที่ที่มีต่อฝ่ายอาณาจักร อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในพระราชวงศ์ และการรุกรานจากอำนาจภายนอกเป็นอุปสรรค ต่อการมีเสถียรภาพทางการเมืองอยู่ไม่น้อย ปัจจัยแรกมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักร กับพุทธจักร ซึ่งเกี่ยวเนื่องไปถึงสภาวะทางสังคมและเศรษฐกิจด้วย ดูเหมือนว่าการที่กษัตริย์ ล้านนาสมัยต่อมาขาดบุญญาบารมี ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งภายในและต่อต้านศัตรู ภายนอกได้ การเสียสมดุลระหว่างฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักรส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่ม อิทธิพลของฝ่ายหลังทั้งในด้านจำนวนคนและลาภสมบัติ ความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้ผู้นำรัฐที่มี บุญญาบารมีทั้งทางฝ่ายอาณาจักรและศาสนจักรเช่น บุเรงนอง กษัตริย์พม่าฉวยโอกาสเข้ามา ครอบครองล้านนาได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ยุพิน เข็มมุกด์ . (2531). สถาบันสงฆ์กับการเมืองและสังคมล้านนา พ.ศ.1954-2101.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยุพิน เข็มมุกด์ . 2531. "สถาบันสงฆ์กับการเมืองและสังคมล้านนา พ.ศ.1954-2101".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยุพิน เข็มมุกด์ . "สถาบันสงฆ์กับการเมืองและสังคมล้านนา พ.ศ.1954-2101."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2531. Print. ยุพิน เข็มมุกด์ . สถาบันสงฆ์กับการเมืองและสังคมล้านนา พ.ศ.1954-2101. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2531.
|
