| ชื่อเรื่อง | : | คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | จิรัสสา คชาชีวะ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2527 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55682 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงคติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่ พบในประเทศไทย โดยใช้หลักฐานทางเอกสารและโบราณคดี เราได้พบว่ามีร่องรอยหลักฐานทาง โบราณคดีเกี่ยวกับพระพิฆเนศวร์จำนวนมาก ตั้งแต่สมัยก่อนไทยลงมาจนถึงปัจจุบัน แต่เดิมนั้น เราได้รับคติความเชื่อนี้มาจากชาวอินเดียโดยตรง ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา แนว ความคิดเดิม ได้แก่การเคารพนับถือพระพิฆเนศวร์ในฐานะเทพแห่งอุปสรรค ขัดข้องทั้งมวล และเป็นเทพผู้บันดาลความสำเร็จในขณะเดียวกันด้วย ในช่วงแรกเราจะพบหลักฐานทางโบราณคดี ทางภาคใต้ของประเทศไทยเป็นส่วนมาก ซึ่งนับได้ว่าเป็นดินแดนที่มีร่องรอยศาสนาพราหมณ์ ที่น่าสนใจ และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย รูปแบบของพระพิฆเนศวร์ในยุคแรกยังมีลักษณะ ศิลปกรรมแบบอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปอินเดียภาคใต้ในสมัยราชวงศ์โจฬะ (ราว พุทธศตวรรษที่ 15-16) ในช่วงต่อมาคติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ในประเทศไทย ได้ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปมีการรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอื่นเข้ามาผสมผสาน ที่สำคัญคือวัฒนธรรม เขมร ซึ่งปรากฎหลักฐานมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง บางส่วน คติที่เรารับมาจากเขมรคือแนวความคิดที่ว่าพระพิฆเนศวร์ทรงเป็นเทพแห่งศิลปวิทยา รูปแบบของพระพิฆเนศวร์ในช่วงนี้ก็ได้รับอิทธิพลของเขมรโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัย บายน ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ส่วนทางภาคเหนือของไทยนั้นเป็นดินแดนที่รับอิทธิพลทางศาสนา พราหมณ์น้อยที่สุด และปรากฎขึ้นหลังสุด คือราวพุทธศตวรรษที่ 20 มีอิทธิพลทางคติความเชื่อ และรูปแบบจากธิเบตและพม่า ซึ่งพระพิฆเนศวร์อยู่ในฐานะเทพชั้นรอง คือ ทวารบาล ในปัจจุบัน เรารู้จักและนิยมนับถือพระพิฆเนศวร์ในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยากันอย่างกว้างขวาง แต่เปลี่ยน- แปลงแนวความคิดไปจากเดิมที่ได้รับมาจากเขมรเล็กน้อย เป็นลักษณะของคติความเชื่อที่สืบทอด มาจากความเชื่อเดิมว่า พระพิฆเนศวร์เป็นเทพแห่งอุปสรรคนั่นเอง ส่วนรูปแบบของพระ พิฆเนศวร์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่มีอิทธิพลจากศิลปะชวา ซึ่งไทยเริ่มรับเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 ข้อสรุปที่ได้จากการศึกษาก็คือ คติความเชื่อเกี่ยวกับพระพิฆเนศวร์ที่มีอยู่ในประเทศไทย แม้จะแตกสาขาออกไป โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ยึดถือคติที่ว่าพระคเณศเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาเป็น หลักใหญ่ก็น่าจะมีแนวคิดหลักมาจากคติความเชื่อเดิมที่ว่า พระพิฆเนศวร์เป็นเทพแห่งอุปสรรค นั่นเอง และคติความเชื่อเหล่านั้นก็ไม่ได้เป็นตัวกำหนดรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบใน ประเทศไทยอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน จากการศึกษายังทำให้เราได้ทราบว่า รูป เคารพพระพิฆเนศวร์ที่เก่าที่สุดที่พบในประเทศไทยซึ่งอาจเก่าที่สุดในเอเซียอาคเนย์ด้วยนั้น น่าจะ ได้แก่รูปพระพิฆเนศวร์จากเทวสถานสำหรับพระนคร (โบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า) ซึ่งมีอายุ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 |
| บรรณานุกรม | : |
จิรัสสา คชาชีวะ . (2527). คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิรัสสา คชาชีวะ . 2527. "คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิรัสสา คชาชีวะ . "คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2527. Print. จิรัสสา คชาชีวะ . คติความเชื่อและรูปแบบของพระพิฆเนศวร์ที่พบในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2527.
|
