| ชื่อเรื่อง | : | วิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ : ชุมพรและนครศรีธรรมราช |
| นักวิจัย | : | เปรมจิต ชนะวงศ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2523 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55531 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ ข้อมูลในการวิเคราะห์ได้มาจากผู้วิจัยซึ่งใช้ภาษาถิ่นใต้ในชีวิตประจำวันส่วนหนึ่ง และอีก ส่วนหนึ่งได้มาจากผู้บอกภาษาในจังหวัดชุมพรและจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำหนดให้ภาษาถิ่น ในจังหวัดชุมพรเป็นตัวแทนของภาษาถิ่นใต้ตอนบน และภาษาถิ่นนครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนของภาษา ถิ่นใต้ตอนกลาง ผลการวิจัยได้แบ่งประเภทคำออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ แบ่งโดยใช้หน้าที่ทางไวยากรณ์ มี 11 ประเภท คือ คำบุรุษสรรพนาม คำลำดับญาติ (คำสรรพนาม) คำลักษณนาม คำกริยา คำปฏิเสธ คำลงท้ายประโยค คำไวยากรณ์ คำประสบ คำซ้ำเสียง คำซ้อน คำยืม และแบ่งโดยใช้ ความหมาย มี 6 ประเภท คือ คำบอกวันเวลา คำเกี่ยวกับอาหารการกิน คำเกี่ยวกับชื่อพืช และสัตว์ คำเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ คำเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ คำเกี่ยวกับคติชนวิทยา คำทั้ง 6 ประเภทนี้ กล่าวไว้ในภาคผนวก สำหรับคำที่แบ่งโดยใช้หน้าที่ทางไวยากรณ์ มีลักษณะ การใช้คำ ส่วนใหญ่ใช้ตามลักษณะภาษาไทโบราณ คือ การใช้คำบุรุษสรรพนาม ใช้โดยคำนึงถึง ความสัมพันธ์ของผู้พูดและผู้ฟังเป็นสำคัญ การใช้คำลำดับญาติใช้ตามลักษณะครอบครัว คือ ส่วนใหญ่ ใช้ตามคำลำดับญาติทางฝ่ายหญิง คำลักษณนามใช้เพื่อต้องการนับจำนวน ใช้เพื่อชี้เฉพาะ และ ใช้ตามหลังคำแสดงคำถาม /kii(4)/ คำลักษณนามแบ่งได้ 3 ประเภท คือ คำลักษณนาม /fan(3)/ คำลักษณนามที่ซ้ำกับคำนาม และคำลักษณนามอื่นๆ มีคำลักษณนามหลายคำที่ยังคงรักษาลักษณะ โบราณไว้ คือ ใช้นำหน้าคำนามได้ การใช้คำกริยาใช้โดยมีหรือไม่มีคำนามตามหลังก็ได้ และใช้ โดยไม่มีคำนามตามหลังคำปฏิเสธมีใช้มากกว่าในภาษาไทยกลาง และมีคำกริยาบางคำสามารถใช้ เป็นคำปฏิเสธได้ การใช้คำลงท้ายประโยค ใช้เพื่อสื่อความรู้สึก และเพื่อไม่ให้คำพูดห้วนหรือสั้น จัดเป็นคำจำเป็นในภาษาถิ่นใต้ คำไวยากรณ์ใช้คำต่างจากภาษาไทยกลาง และคำไวยากรณ์บาง ประเภทเช่นคำเชื่อมจัดเป็นคำไม่จำเป็นในภาษา จึงมีใช้น้อย คำประสมมีลักษณะการใช้คำเหมือน ภาษาไทยกลาง แต่ใช้คำต่างกัน คำประเภทนี้มีเป็นจำนวนมาก คำซ้ำเสียงโดยทั่วไป มีลักษณะ เป็นคำที่ไม่อาจแยกเป็น 2 พยางค์ได้ ถ้าแยกแล้วจะกลายเป็นคำที่ไม่มีความหมาย และคำซ้ำเสียง ที่สื่อความหมายพหูพจน์ จะสื่อความหมายขนาดและปริมาณด้วย คำซ้อนมีใช้น้อยกว่าคำประสม และคำซ้ำเสียง คำยืมภาษามลายูมีใช้มากกว่าคำยืมภาษาจีน ลักษณะการใช้คำยืมใช้ตามคำเดิม หรือตัดเฉพาะบางส่วนของคำมาใช้ การเรียงคำและรูปประโยค การเรียงคำไม่ต่างไปจากภาษาไทยกลาง กล่าวคือ คำขยาย อยู่ข้างหลังคำถูกขยาย สิ่งที่ต่างกันคือ ภาษาถิ่นใต้ยังคงรักษาลักษณะการเรียงคำแบบภาษาไท โบราณไว้ คือ คำนับจำนวนนำหน้าคำนาม และคำนามเป็นคำนามที่มีลักษณะนามนำหน้าหรือใช้ คำลักษณนามนำหน้าคำนามดังนี้ คำนับจำนวน + คำลักษณนาม + คำนาม ส่วนรูปประโยคที่ใช้โดยทั่วไป และเป็น ที่นิยมมากคือ รูปประโยคแบบประธาน + กริยา + กรรม รูปประโยคแบบนี้เมื่อใช้กฎการ ตัดจะทำให้เกิดรูปประโยคอีก 5 แบบคือ รูปประโยคแบบประธาน + กริยา กริยา (ส่วนเดียว) กริยา + กรรม ประธาน (ส่วนเดียว) และกรรม (ส่วนเดียว) เมื่อใช้กฎการย้ายจะทำให้เกิด รูปประโยคอีก 1 แบบ คือ รูปประโยคแบบกรรม + ประธาน + กริยา |
| บรรณานุกรม | : |
เปรมจิต ชนะวงศ์ . (2523). วิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ : ชุมพรและนครศรีธรรมราช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เปรมจิต ชนะวงศ์ . 2523. "วิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ : ชุมพรและนครศรีธรรมราช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เปรมจิต ชนะวงศ์ . "วิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ : ชุมพรและนครศรีธรรมราช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2523. Print. เปรมจิต ชนะวงศ์ . วิเคราะห์การใช้คำและการเรียงคำในภาษาถิ่นใต้ : ชุมพรและนครศรีธรรมราช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2523.
|
