| ชื่อเรื่อง | : | ผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาแก่ครูประจำการของกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | โฆษิต อินทวงศ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2523 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55520 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์, เจตคติ, ปัญหา และอุปสรรคในการ ฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาของครูประจำการของกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้มีจำนวน 300 คน ได้มาจากการสุ่มแบบชั้น (Stratified Random Sampling) จากประชากร 700 คน ที่เคยเข้ารับการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษา และทำการสอนอยู่ในโรงเรียนระดับ ประถมศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 89 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษา 30 ข้อ แบบสอบวัดเจตคติที่มีต่อการฝึกอบรมวิชาวัดผล การศึกษา 30 ข้อ และแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรค 30 ข้อ การเก็บรวบรวมข้อมูล กระทำโดยการแจกแบบทดสอบและแบบสอบถามแก่กลุ่มตัวอย่าง และนำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฎว่าครูหญิงมีผลสัมฤทธิ์ในการอบรมสูงกว่าครูชาย ครูชายและครูหญิง มีเจตคติต่อการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาไม่แตกต่างกัน และมีปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจาก การนำผลการอบรมไปปฏิบัติไม่แตกต่างกัน ครูที่มีอายุ 23-25 ปี มีผลสัมฤทธิ์สูงรองลงไปคือครู ที่มีอายุ 22 ปีลงมา ส่วนครูที่มีอายุ 36 ปีขึ้นไป มีผลสัมฤทธิ์ต่ำ ครูที่มีอายุ 36 ปีขึ้นไป มีเจตคติ ต่อการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาสูง รองลงไปคือครูที่มีอายุ 22 ปีลงมา ส่วนครูที่มีอายุ 22-35 ปี มีเจตคติต่อการฝึกอบรมต่ำ ครูที่มีอายุต่างกันมีปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการนำผลการฝึกอบรม ไปปฏิบัติไม่แตกต่างกัน ครูที่มีระดับการศึกษาขั้นปริญญา มีผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผล การศึกษาสูง รองลงไปคือครูที่มีระดับการศึกษาขั้นอนุปริญญา ส่วนครูที่มีระดับการศึกษาขั้นต่ำกว่า อนุปริญญามีผลสัมฤทธิ์ต่ำสุด ครูที่มีระดับการศึกษาต่างกัน มีเจตคติต่อการฝึกอบรมวิชาวัดผล การศึกษาไม่แตกต่างกัน ครูที่มีระดับการศึกษาขั้นต่ำกว่าอนุปริญญามีปัญหาและอุปสรรคมากกว่าครู ที่มีระดับการศึกษาขั้นอนุปริญญาและขั้นปริญญา ครูที่สอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์มีผลสัมฤทธิ์สูง รองลงไปคือครูที่สอนสาขาวิชาสังคมศาสตร์ ส่วนครูที่สอนสาขาวิชามนุษยศาสตร์ มีผลสัมฤทธิ์ ต่ำสุด ครูที่สอนสาขาวิชามนุษยศาสตร์มีเจตคติต่อการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาสูง รองลงไป คือครูที่สอนสาขาวิชาสังคมศาสตร์ ส่วนครูที่สอนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีเจตคติต่ำสุด ครูที่สอน สาขาวิชาที่ต่างกันมีปัญหาและอุปสรรคไม่แตกต่างกัน ครูที่สอนระดับชั้นต่างกัน พบว่ามีผลสัมฤทธิ์ และเจตคติต่อการฝึกอบรมไม่แตกต่างกัน แต่พบว่าครูที่สอนระดับชั้น ป.3-ป.4 มีปัญหาและ อุปสรรคน้อย รองลงไปคือครูที่สอนระดับชั้น ป.1-ป.2 ส่วนครูที่สอนระดับชั้น ป.5-ป.6 มีปัญหาและอุปสรรคน้อยที่สุด |
| บรรณานุกรม | : |
โฆษิต อินทวงศ์ . (2523). ผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาแก่ครูประจำการของกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. โฆษิต อินทวงศ์ . 2523. "ผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาแก่ครูประจำการของกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. โฆษิต อินทวงศ์ . "ผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาแก่ครูประจำการของกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2523. Print. โฆษิต อินทวงศ์ . ผลสัมฤทธิ์ของการฝึกอบรมวิชาวัดผลการศึกษาแก่ครูประจำการของกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2523.
|
