ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
นักวิจัย : อารีย์ วาศน์อำนวย
คำค้น : แบบฝึกเสริมทักษะ , การอ่านเพื่อความเข้าใจ , การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร , COMMUNICATIVE EXERCISES , READING COMPREHENSION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55338
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพแบบฝึก 3) ทดลองใช้ 4) ประเมินและปรับปรุงแก้ไข กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 / 1 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบฝึกเสริมทักษะ การอ่านเพื่อความเข้าใจ แผนการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและ แบบประเมินทักษะการอ่าน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ t-test แบบ Dependent และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนและครูต้องการให้นำสื่อจากเอกสารจริง จากหนังสือการ์ตูนและนิทานมาสร้างเป็นแบบฝึก โดยต้องการเรียนเนื้อหาที่เกี่ยว กับสัตว์ ความรู้สึก นำ้และเรื่องที่เกี่ยวกับนิทาน และต้องการให้แบบฝึกมีรูป แบบกิจกรรมที่หลากหลาย มีภาพประกอบที่ช่วยสื่อความเข้าใจในบทอ่าน ใช้ตัวอักษร ขนาดใหญ่ รูปเล่มมีขนาดที่พอเหมาะ 2) แบบฝึกประกอบด้วยคำอธิบายการใช้ ชื่อแบบฝึก จุดประสงค์ กิจกรรมการเรียนการสอน แบบทดสอบรายจุดประสงค์ โดยแบบฝึก จำนวน 4 เรื่อง มีจุดประสงค์การอ่านของแต่ละเรื่อง คือ อ่านเรื่องและบรรยายภาพ เหตุการณ์ได้ อ่านเรื่องและอธิบายเหตุผลความรู้สึกของตัวละครได้ อ่านเพื่อถ่ายโอนข้อมูลสู่คำบรรยายได้ อ่านและเรียงลำดับเหตุการณ์ของเรื่องที่ อ่านได้ ส่วนประสิทธิภาพของแบบฝึกมีค่า 85.70/86.20 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้ 3) ทดลองใช้แบบฝึกเป็นเวลา 6 สัปดาห์ละ 3 คาบๆละ 50 นาที พบว่านักเรียนรู้สึกชื่นชอบกิจกรรมที่มีอย่างหลากหลายในแบบฝึก สนใจและตั้งใจ ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี ทำให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจและรู้สึกสนุกขณะ เรียนด้วยแบบฝึก 4) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านก่อนเรียนและหลังเรียนด้วย แบบฝึกการอ่านเพื่อความเข้าใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยหลังเรียนนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านสูงกว่าก่อนการเรียน นักเรียนมี ทักษะทางการอ่านอยู่ในเกณฑ์ดีและมีความคิดเห็นที่ดีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึก คือ มีความคิดเห็นว่าภาพประกอบแบบฝึกสวยงามน่าสนใจสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องที่อ่านมีความน่าสนใจ กิจกรรมที่ให้ฝึกมีหลากหลาย รู้สึกชอบและ สนุกกับการเรียนจากแบบฝึก ต้องการให้พัฒนาแบบฝึกทักษะอื่นๆ ควรมีการปรับปรุง แก้ไขภาษาในประโยคคำสั่งให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ปรับรูปแบบ ขนาดตัวพิมพ์และ ภาพให้เหมาะกับรูปเล่ม

บรรณานุกรม :
อารีย์ วาศน์อำนวย . (2545). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารีย์ วาศน์อำนวย . 2545. "การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อารีย์ วาศน์อำนวย . "การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
อารีย์ วาศน์อำนวย . การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจ ตามแนวการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสาร สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.