ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941
นักวิจัย : ธีรพร พรหมมาศ
คำค้น : การปฏิรูปการปกครองในกลันตันและตรังกานู , การเปลี่ยนแปลงด้านการปกครองในรัฐ มลายู , POLITICAL REFORMS IN KELANTAN AND TRENGGANU , POLITICAL CHANGES IN THE MALAY STATES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=55228
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานศึกษาชิ้นนี้มุ่งจะศึกษาถึงพัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและ ตรังกานู ในช่วงที่รัฐทั้งสองต้องเผชิญหน้ากับการขยายอิทธิพลของสยามและอังกฤษ และการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบการปกครองของรัฐจารีตเข้าสู่ระบบการบริหารราชการแบบ ตะวันตก ประเด็นสำคัญคือ ศึกษาการตอบสนองและการปรับตัวของผู้นำพื้นเมืองของรัฐ ทั้งสอง ความพยายามในการรักษาผลประโยชน์ และผลที่มีต่อพัฒนาการทางการเมืองเป็น การศึกษาเปรียบเทียบที่ชี้ให้เห็นรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวที่ เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละรัฐ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจถึงบริบทของ ท้องถิ่นได้มากขึ้น วิธีการศึกษาเป็นการประมวลความรู้และวิเคราะห์พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ โดยแบ่งการศึกษาเป็น 3 ประเด็น ประเด็นแรกศึกษาพัฒนาการทางการเมืองการปกครอง ของกลันตันและตรังกานูภายใต้ระบบประเทศราชของสยามในคริตส์ศตวรรษที่ 19 ประเด็น ที่สองและสามศึกษาเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการปกครองของตรังกานู และกลันตันภายใต้ระบบผู้แทนและระบบที่ปรึกษาของอังกฤษในตอนต้นคริตส์ศตวรรษที่ 20 ผลการศึกษาพบว่า การปรับตัวที่เกิดขึ้นในรัฐกลันตันและตรังกานูต่อการ แทรกแซงของอำนาจจากภายนอกแสดงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละท้องถิ่น ในกรณีของรัฐ ตรังกานูผู้นำของรัฐสามารถใช้โอกาสจากการที่สยามไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการ ภายในของรัฐพัฒนาตนเองให้เข้มแข็ง พร้อมกันนั้นก็ได้ใช้ประโยชน์จากการขยายตัว ทางเศรษฐกิจตักตวงผลประโยชน์ให้กลุ่มของตนเอง ความแข็งแกร่งที่มีอยู่ใน คริสต์ศตวรรษที่ 19 ทำให้ผู้นำของรัฐตรังกานูสามารถต้านทานการเข้าแทรกแซงของ อังกฤษหลัง ค.ศ. 1909 ได้ระยะหนึ่งโดยจัดการปฏิรูปการปกครองภายในด้วยตนเองและ ไม่รับการเข้ามาของที่ปรึกษาชาวอังกฤษ อย่างไรก็ตามมาตรการในการปฏิรูปซึ่งมี จุดมุ่งหมายหลักในการรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มผู้นำไม่เพียงพอที่จะทำให้การ ประสิทธิภาพและจึงเป็นช่องทางให้อังกฤษเริ่มกระชับอำนาจได้ในที่สุด ส่วนกลันตัน นั้นความแตกแยกภายในของกลุ่มผู้นำและการปกครองอย่างเข้มงวดมากกว่าของสยามทำให้ กลุ่มผู้นำยังคงอ่อนแอ รัฐนี้จึงต้องเผชิญกับการปฏิรูปที่สยามดำเนินการภายใต้ คำแนะนำของอังกฤษมาตั้งแต่ ค.ศ. 1902 และปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วหลัง ค.ศ. 1909 ส่งผลให้สังคมมลายูในกลันตันปรับตัวด้วยการยืดเหนี่ยวศาสนาอิสลาม มากขึ้น นอกจากนั้น ในทั้งสองรัฐศาสนาอิสลามกลายเป็นทางออกของประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง ดังนั้น ด้วยความสัมพันธ์ที่ครูสอนศาสนามีต่อ ประชาชนจึงทำให้พรรคการเมืองที่เน้นไปในแนวทางของอิสลามอย่างเช่น พรรค PAS (Parti-lslam Se Malaysia) ก้าวเข้ามามีอิทธิพลอยู่ในเขตพื้นที่รัฐกลันตันและ ตรังกานูในปัจจุบันนี้

บรรณานุกรม :
ธีรพร พรหมมาศ . (2545). พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธีรพร พรหมมาศ . 2545. "พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธีรพร พรหมมาศ . "พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ธีรพร พรหมมาศ . พัฒนาการทางการเมืองของรัฐกลันตันและตรังกานู ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ค.ศ. 1941. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.