ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย
นักวิจัย : โสมนัส ถามล
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54721
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย ได้แบ่งการ ศึกษาออกเป็น 3 ส่วนคือ ศึกษาผลกระทบที่มีต่อภาคการผลิตภาคการเงิน และความสัมพันธ์ในตลาดเงิน ใน การศึกษาครั้งนี้ได้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) รายเดือนระหว่างเดือน มิ.ย 2540 - เดือน มิ.ย 2542 ซึ่งเป็นการศึกษาตั้งแต่ช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เครื่องมือที่ใช้คือ OLS (Ordinary least square) โดยทั่วไปการดำเนินนโยบายการเงินเป็นการดำเนินโดยธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งการดำเนิน นโยบายการเงินของไทยในช่วงเวลาที่ทำการศึกษานี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายการเงิน โดยการใช้ การกำหนดเป้าหมายทางการเงินดังต่อไปนี้คือ การกำหนดเป้าหมายทางการเงิน (Monetary Targeting) หลังจากที่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงระบบ อัตราแลกเปลี่ยนมาเป็นระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 นั้นประเทศไทยขอรับ ความช่วยเหลือด้านการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและได้มีการกำหนด Policy Anchor แบบใหม่คือ Monetary Targeting ซึ่งกำหนดเป้าหมายทางการเงินอิงกับกรอบการจัดทำโปรแกรมกับกองทุน การเงินระหว่างประเทศเพื่อให้สอดคล้องระหว่างนโยบายการเงิน นโยบายการคลังและเม็ดเงินจากภาคต่างประเทศ หรือดุลการชำระเงิน และให้ได้ภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจและระดับราคาตามที่กำหนดไว้ (ultimate objectives) จากการประเมินภาพเศรษฐกิจดังกล่าวธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถกำหนด เป้าหมายฐานเงินรายไตรมาสและรายวันเพื่อใช้เป็นหลักในการบริหารสภาพคล่องรายวัน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับสภาพคล่องและอัตราดอกเบี้ยในระบบมิให้เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างผันผวนจนเกินไป ผลจากการศึกษาผลกระทบของนโยบายการเงินในแต่ละส่วนนั้นพบว่า ในส่วนของการวิเคราะห์การปรับตัวในภาคการผลิตผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติต่อความต้องการในปริมาณให้กู้อย่างแท้จริงในแบบจำลองที่ 1 ได้แก่ ต้นทุนการกู้ยืมจากต่างประเทศ ที่แท้จริง ส่วนแบบจำลองที่ 2 ปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อความต้องการในปริมาณเงินฝาก ประจำที่แท้จริงได้แก่ ผลตอบแทนที่แท้จริงของเงินฝากออมทรัพย์ ผลตอบแทนที่แท้จริงของเงินฝากประจำ และแบบจำลองที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อสินทรัพย์ทางการเงิน ได้แก่ ผลตอบแทนที่แท้จริง ของเงินฝากออมทรัพย์ ผลตอบแทนที่แท้จริงของเงินฝากประจำ และรายได้ประชาชาติที่แท้จริง ในส่วนของการวิเคราะห์การปรับตัวในภาคการเงินผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติต่ออัตราส่วนปริมาณเงินกองทุนของแบงก์พาณิชย์กับเงินฝากประจำ ได้แก่ ความแตกต่างระหว่าง ต้นทุนของเงินฝากประจำและผลตอบแทนที่ได้รับจากเงินกู้ภายในประเทศ ความแตกต่างระหว่างต้นทุนของเงินฝาก ประจำและผลตอบแทนที่ได้รับจากหลักทรัพย์รัฐบาล และความแตกต่างระหว่างต้นทุนของเงินฝากประจำและ เงินกองทุนจากระหว่างประเทศ ในส่วนการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในตลาดเงิน และการสร้างเงินภายในประเทศผลการศึกษาพบว่าปัจจัย ที่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อสต็อกของปริมาณเงินได้แก่ เงินสดในมือประชาชน จากผลการศึกษา เมื่อพิจารณาความสอดคล้องหรือเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่นั้นพบว่าในส่วน ของภาคการผลิต ในแบบจำลองที่ 2 ปัจจัยที่ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้คือ ผลตอบแทนที่แท้จริงของเงินฝาก ออมทรัพย์ รายได้ประชาชาติที่แท้จริง แบบจำลองที่ 3 ปัจจัยที่ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้คือ ผลตอบแทน ที่แท้จริงของเงินฝากออมทรัพย์ รายได้ประชาชาติที่แท้จริง ในส่วนของภาคการเงิน ปัจจัยที่ไม่เป็นไปตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้คือ ความแตกต่างระหว่างต้นทุนของเงินฝากประจำและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากเงินกู้ภายใน ประเทศ ในส่วนความสัมพันธ์ในตลาดเงินและการสร้างเงินภายในประเทศพบว่าปัจจัยที่ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้ง ไว้ได้แก่ เงินสดในมือประชาชน จากผลการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วพบว่าผลกระทบของนโยบายการเงินบางส่วนที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่มีความไม่แน่นอนที่ได้เกิดขึ้นจาก ภาวะทางเศรษฐกิจจึงทำให้การพิจารณาการใช้ปริมาณเงินเพื่อการดำเนินนโยบายการเงินโดยใช้เครื่องมือทางการเงิน ในช่วงเวลานี้ไม่ได้ผล เนื่องมาจากไม่สามารถควบคุมปัจจัยภายนอกที่มีความผันแปรจากการขยายตัวทาง เศรษฐกิจที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยในช่วงดังกล่าวนี้ระบบการเงินของประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการสินเชื่อภาคเอกชนและความสามารถของระบบการเงินในการขยายสินเชื่อแต่ละช่วงไม่แน่นอน ซึ่งจะทำให้การควบคุมและกำหนดนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นไปด้วยความลำบาก จากเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ในช่วงเวลาถัดมาคือในช่วงปี 2543 ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนเป้าหมายทาง การเงินใหม่โดยการใช้อัตราเงินเฟ้อเป็นเป้าหมายของการดำเนินนโยบายการเงินแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจในการที่ จะศึกษาถึงความมีประสิทธิภาพ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

บรรณานุกรม :
โสมนัส ถามล . (2543). ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
โสมนัส ถามล . 2543. "ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
โสมนัส ถามล . "ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
โสมนัส ถามล . ผลกระทบของนโยบายการเงินต่อภาคการผลิตและภาคการเงินของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.