| ชื่อเรื่อง | : | การระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 |
| นักวิจัย | : | เอกวิทย์ ญาณวัฒนา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54526 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เมื่อมีการเรียกร้องและเจรจาต่อรองกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างในเรื่องเกี่ยวกับสภาพการจ้างงาน และข้อเรียกร้องนั้น ไม่สามารถตกลงกันได้จนกลายเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ ย่อมส่งผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจและความสงบสุข ของประชาชน ซึ่งกฎหมายแรงงานสัมพันธ์มีเจตนารมณ์ที่จะให้นายจ้างและฝ่ายลูกจ้างมีความเข้าใจอันดีต่อกันและปฏิบัติต่อกัน อย่างเป็นธรรม ซึ่งในการระงับข้อพิพาทแรงงานนั้นกฎหมาย แรงงานสัมพันธ์ได้เข้ามากำหนดวิธีการระงับข้อพิพาทระหว่าง นายจ้างกับลูกจ้างเพื่อระงับข้อพิพาทแรงงานอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมแก่คู่กรณีมากที่สุด รวมถึงการให้นายจ้างหรือลูกจ้าง ใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์อันเป็นหนทางสุดท้ายในการระงับข้อพิพาทด้วย กล่าวคือที่นายจ้างสามารถใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์ โดยการปิดงาน หรือการที่ลูกจ้างสามารถใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์โดยการนัดหยุดงานทั้งนี้เพื่อเป็นการบีบบังคับให้อีกฝ่ายปฏิบัติ ตามข้อเรียกร้องของตน หากข้อพิพาทแรงงานทุกกรณีใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์ในการเรียกร้องจะมีผลทำให้ความสงบสุขของ บ้านเมืองและเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างมาก อีกทั้งจะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อนายจ้างและลูกจ้างด้วย จากการศึกษาพบว่า ในการระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงไม่ได้ ตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ มีข้อจำกัดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ดุลพินิจของรัฐมนตรีในการสั่งให้ข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้นั้นเข้าสู่การชี้ขาด โดยบังคับ หรือในกรณีที่นายจ้างกับลูกจ้างตัดสินใจร่วมกันจะชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานโดยสมัครใจ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในเรื่อง คุณสมบัติของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานและระยะเวลาในการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน รวมถึงกรณีที่นายจ้าง หรือลูกจ้างเลือกที่จะระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ โดยใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์มาบีบบังคับแก่อีกฝ่ายหนึ่ง นั้นควรมีมาตรการในการทางกฎหมายชะลอการที่นายจ้างและลูกจ้างจะใช้สิทธิในการใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์ โดยการที่ นายจ้างปิดงาน หรือลูกจ้างนัดหยุดงาน และการคุ้มครองการแจ้งข้อเรียกร้องของลูกจ้างที่ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ในเรื่องที่เกี่ยวกับการกำหนดกรอบ ในการใช้ดุลพินิจของรัฐมนตรีในการสั่งให้ชี้ขาดโดยบังคับ หรือการกำหนดคุณสมบัติผู้ชี้ขาด ระยะเวลาในการชี้ขาด และการถอดถอนผู้ชี้ขาดให้ชัดเจน รวมถึงการกำหนดมาตรการในการชลอมิให้คู่กรณีเลือกใช้วิธีทางแรงงานสัมพันธ์ ที่ง่ายเกินไป โดยการกำหนดให้มีการยังมติสุดท้ายโดยการลงคะแนนลับเกินกึ่งหนึ่งของลูกจ้างที่ลงลายมือชื่อ แจ้งข้อเรียกร้องหากเป็นสหภาพแรงงานจะนัดหยุดงานได้นั้นจะต้องกระทำโดยมติที่ประชุมใหญ่ ซึ่งในการแก้ไขข้อบกพร่อง ของกฎหมายดังกล่าวเพื่อระงับข้อพิพาทแรงงานที่เกิดขึ้นให้ยุติลงโดยเร็ว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ และเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างในอันที่จะร่วมปฏิบัติงานกันต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
เอกวิทย์ ญาณวัฒนา . (2543). การระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกวิทย์ ญาณวัฒนา . 2543. "การระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เอกวิทย์ ญาณวัฒนา . "การระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. เอกวิทย์ ญาณวัฒนา . การระงับข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
