| ชื่อเรื่อง | : | ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ลงทุนจำนวนมากในคดีหลักทรัพย์ |
| นักวิจัย | : | วราภรณ์ มณีชื่น |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54430 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการฟ้องคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย เพื่อคนจำนวนมาก (Class Action) ในคดีหลักทรัพย์ไว้เป็นการเฉพาะ ทำให้ผู้ลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ลงทุนรายย่อยไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม บทบัญญัติในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 วิทยานิพนธ์หัวข้อนี้จึงมี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึง (1) ข้อบกพร่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องเรียกค่าเสียหาย ของผู้ลงทุนในคดีหลักทรัพย์ (2) แนวทางที่เหมาะสมสำหรับการนำวิธีการฟ้องคดีเพื่อคน จำนวนมากในคดีหลักทรัพย์มาใช้ในประเทศไทย โดยศึกษาจากลักษณะการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ปัญหาข้อขัดข้องของการฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีหลักทรัพย์ตามบทบัญญัติของกฎหมายไทย วิธีการ ฟ้องคดีเพื่อคนจำนวนมากของประเทศออสเตรเลียและประเทศสหรัฐอเมริกาโดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบกับบทบัญญัติในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผลการศึกษาพบว่าผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ลงทุนจำนวนมากมีหลายกลุ่ม คือ (1) กลุ่มที่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด (2) กลุ่มที่มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ ให้แก่ผู้ลงทุน และ (3) กลุ่มผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการกระทำไม่เป็นธรรมซึ่งความเสียหาย ที่เกิดจากกลุ่มบุคคลดังกล่าว ผู้ลงทุนมิได้รับการชดเชยความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากข้อ ขัดข้องของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ไม่มีบทบัญญัติให้ผู้เสียหายจำนวนมาก ฟ้องเข้ามาในคดีเดียวกันและข้อขัดข้องตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ให้องค์กรกำกับดูแลดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้แก่ผู้ลงทุนได้เพียง บางกรณีซึ่งไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองผู้ลงทุน และผู้ลงทุนเป็นรายบุคคลก็ไม่พร้อมที่จะดำเนินคดี ด้วยตนเอง เพราะปัญหาในการรวบรวมพยานหลักฐานและภาระของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีไม่คุ้ม กับผลที่จะได้รับจากคำพิพากษา ส่วนบุคคลที่สามซึ่งอยู่ในฐานะของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้หรือผู้ดูแล ผลประโยชน์ของกองทุนรวม ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ลงทุนก็ขาดมูลเหตุจูงใจในการ ดำเนินคดีเพื่อเรียกค่าเสียหายแทนผู้ลงทุน ประกอบกับมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ในลักษณะที่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่สามกับผู้ก่อให้เกิดความ เสียหาย โดยบุคคลที่สามได้รับการแต่งตั้งและรับค่าตอบแทนจากผู้ก่อให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลที่สามจึงอาจเกิดความไม่เป็นกลางขึ้นได้ จากผลการศึกษาผู้เขียนจึงเสนอให้มีการนำวิธีการฟ้องคดีเพื่อคนจำนวนมากมาใช้ ในคดีหลักทรัพย์โดยการนำวิธีการดังกล่าวมาใช้อาจทำได้สามวิธี คือ (1) แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือ (2) แก้ไขในประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือ (3) ยกร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับ คดีหลักทรัพย์เป็นการเฉพาะ โดยหลักการที่สำคัญในการฟ้องคดี เพื่อคนจำนวนมาก คือ เปิดโอกาสให้บุคคลคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนในการฟ้องคดีเพื่อประโยชน์ของตนเอง และสมาชิกของกลุ่มที่มีปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างเดียวกัน โดยผลแห่งคดีสามารถ ผูกพันสมาชิกทุกคนในกลุ่มได้ โดยบุคคลเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือคู่ความ ในคดีเลย ทั้งนี้ ผู้แทนของกลุ่มซึ่งจะเป็นผู้ฟ้องคดีต้องมีความสามารถและต้องดูแลรักษา ผลประโยชน์ของสมาชิกโดยรวมได้ด้วยความเป็นธรรม |
| บรรณานุกรม | : |
วราภรณ์ มณีชื่น . (2542). ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ลงทุนจำนวนมากในคดีหลักทรัพย์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราภรณ์ มณีชื่น . 2542. "ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ลงทุนจำนวนมากในคดีหลักทรัพย์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราภรณ์ มณีชื่น . "ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ลงทุนจำนวนมากในคดีหลักทรัพย์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. วราภรณ์ มณีชื่น . ปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการเรียกร้องค่าเสียหายโดยผู้ลงทุนจำนวนมากในคดีหลักทรัพย์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
