ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537
นักวิจัย : ปิยะฉัตร ไพชนม์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=54265
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

นับแต่ได้มีการใช้บังคับเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการ ฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2538 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันสถานประกอบ การภาคเอกชนยังให้ความสนใจในการมาเป็นผู้ร่วมดำเนินการฝึกอาชีพไม่มากนัก จากการศึกษา วิเคราะห์พบว่าเกิดจากการมีปัญหาทางด้านกฎหมายหลายประการ เช่น ปัญหากฎหมายตามตัว บทเนื้อหาข้อกฎหมายมีความไม่ชัดเจนครอบคลุมทำให้ไม่สะดวกในทางปฏิบัติ และกฎหมาย ล้าสมัย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหากฎหมายการไม่ให้สิทธิและประโยชน์แก่ภาคเอกชนในด้าน ต่าง ๆ อย่างพอเพียง ทำให้ภาคเอกชนไม่ค่อยสนใจเข้ามาร่วมมือในการฝึกอาชีพเท่าที่ควร ดังนั้นผู้เขียนจึงได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ให้มีการแก้ไขปัญหา กฎหมายเรื่องการให้สิทธิและประโยชน์แก่ผู้ดำเนินการฝึกอาชีพให้ได้รับสิทธิและประโยชน์เพิ่มมากขึ้น โดยให้มีการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกการสอนเฉพาะ สถานประกอบการที่รับผู้ฝึกอาชีพโดยมีการจัดสถานที่ฝึกอาชีพเป็นสัดส่วนแยกเฉพาะต่างหากจากสถานที่ และการบริหารงานซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทำกิจการของสถานประกอบการนั่นเป็นต้น รวมทั้งผู้เขียนยังได้ เสนอแนะแนวทางในอนาคตเพื่อการพัฒนากฎหมายให้มีประสิทธิภาพ เช่นเสนอให้มีการแยกพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537 ออกเป็นสองพระราชบัญญัติ คือ พระราชบัญญัติส่งเสริมการ ฝึกอาชีพ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกเพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน เนื่องจากเห็นว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537 มีการรวมการฝึกอาชีพถึงสองประเภทเข้าไว้ด้วยกัน คือการฝึกอาชีพแก่แรงงานทั่วไปที่ยังมิได้เข้าสู่ระบบการจ้างงาน และการฝึกเพื่อยกระดับมาตรฐาน ฝีมือแรงงานแก่ผู้ที่เป็นลูกจ้างอยู่แล้ว จึงทำให้กฎหมายกำหนดไว้ไม่ครอบคลุมและไม่ชัดเจน ก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้กฎหมายในทางปฏิบัติ ดังนั้นถ้าหากมีการแยกเป็นสองพระราชบัญญัติ จะทำให้มีการกำหนดกฎหมายได้อย่างละเอียดในแต่ละเรื่องและสะดวกชัดเจนมากขึ้นต่อผู้ใช้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เสนอแนวทางให้มีการนำรูปแบบการส่งเสริมการฝึกอาชีพ ของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันซึ่งเป็นแบบผสม 2 ระบบ คือการฝึกคู่ขนานระหว่างสถานประกอบ การกับโรงเรียนว่าควรนำมาประยุกต์ใช้กับการส่งเสริมการฝึกอาชีพในประเทศไทยโดยให้มีการส่งเสริม การฝึกอาชีพควบคู่กับการเรียนในชั้นเรียนตามหลักสูตรการศึกษาสายสามัญของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป อันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพการทำงานของประชาชนเพราะได้มีการฝึกอาชีพมาตั้งแต่ในระบบโรงเรียน และเมื่อจบการศึกษาแล้วมีโอกาสหางานทำได้ง่ายขึ้นเนื่องจากเคยผ่านการฝึกอาชีพมาบ้างแล้ว ซึ่งจะ เป็นการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 ด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะเป็นการเพิ่มศักยภาพของกำลังแรงงานให้สามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

บรรณานุกรม :
ปิยะฉัตร ไพชนม์ . (2542). ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะฉัตร ไพชนม์ . 2542. "ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะฉัตร ไพชนม์ . "ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ปิยะฉัตร ไพชนม์ . ปัญหาในเรื่องการส่งเสริมการฝึกอาชีพตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการฝึกอาชีพ พ.ศ. 2537. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.