| ชื่อเรื่อง | : | แนวทางการพัฒนากฎหมายระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม |
| นักวิจัย | : | มณฑล เทียนเกษม |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53609 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การบริหารราชการศาลยุติธรรมของไทยนั้นอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายที่สำคัญสองฉบับ คือ พระธรรมนูญศาลยุติธรรมอันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดองค์กรของศาลและพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ และข้าราชการธุรการของศาล อย่างไรก็ดีโดยที่กฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวได้ใช้บังคับมานาน กว่า 60 ปีแล้ว จึงเป็นที่น่าสนใจว่ากฎหมายตลอดจนกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการ บริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรมยังคงมีความเหมาะสมกับการดำเนินงานของ ศาลในปัจจุบันหรือไม่ ในอดีตพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2479 ได้จัดตั้งคณะ กรรมการธุรการหรือ ก.ธ. ขึ้นเป็นองค์การกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการ โดยนัยนี้ เองทำให้ ข้าราชการฝ่ายตุลาการสามารถเข้ามาจัดระบบและดำเนินการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการธุรการศาลได้อย่างเป็นอิสระซึ่งเป็นผลดีต่อการดำเนินงานของศาลยุติธรรมโดยรวม อย่างไรก็ตามระบบการบริหารงานบุคคลดังกล่าวถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ.2497 เมื่อฝ่ายบริหารมี อำนาจมากในขณะนั้นได้เสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเพื่อยุบเลิก ก.ธ. เสียและให้การ บริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการของศาลอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน หรือ ก.พ. และให้นำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนตลอดจนกฎระเบียบและ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับกับข้าราชการ ธุรการของศาลด้วยโดยเหตุผลว่าการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ของข้าราชการธุรการศาลนั้นมิได้มีความ แตกต่างไปจากการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการพลเรือนทั่วไปแต่ประการใด นับแต่นั้นมาการ บริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการข้าราชการ พลเรือน ซึ่งเป็นองค์การกลางบริหารงานบุคคลของฝ่ายบริหารลักษณะเช่นนี้ จะขัดต่อหลักการแบ่ง แยกอำนาจและหลักความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ ที่เรียกร้องให้การบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการฝ่ายตุลาการ อยู่ในความดูแลและควบคุมของข้าราชการกอรปกับเมื่อได้พิจารณาถึงเนื้อหา ของหน้าที่ของข้าราชการธุรการซึ่งเป็นงานสนับสนุนงานพิจารณาและพิพากษาคดีของศาลแล้ว ก็ยิ่งทำให้เห็นได้ว่าระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาล ควรจะอยู่ภายใต้การ ควบคุมของข้าราชการตุลาการโดยตรง เพราะจะทำให้ฝ่ายตุลาการสามารถที่จะวางกฎเกณฑ์และ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ได้เสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการบริหาร งานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรมเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของศาลเป็นสาม แนวทาง แนวทางแรก สมควรที่จะได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ.2521 โดยการยกเลิกอำนาจของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในการกำกับดูแลระบบ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลและให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการข้าราชการธุรการ (ก.ธ.)ขึ้นใหม่ เพื่อให้เป็นองค์กรในฝ่ายตุลาการเพื่อทำหน้าที่เฉพาะในการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการธุรการ แนวทางที่สอง หากการดำเนินการแก้ไขกฎหมายตามข้อเสนอแนวทางแรกไม่สามารถ กระทำได้ ก็ควรจะมีการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการ ซึ่งได้แก่ พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม พ.ศ.2536 ตลอดจนระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายตลอดจนอำนาจและ หน้าที่ของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม แนวทางที่สาม เป็นการสนับสนุนข้อเสนอในแนวทางแรกเพื่อให้เกิดความชัดเจนและ มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นก็ควรให้มีการแยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรม ผลการวิจัยพบว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือการโอนอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นองค์กรของฝ่ายบริหารในการกำกับดูแลระบบการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการธุรการศาลยุติธรรมให้เป็นของฝ่ายตุลาการ เพื่อให้ฝ่ายตุลาการมีอำนาจรับผิดชอบเต็มที่ ทั้งในงานพิจารณาและพิพากษาคดีและงานธุรการ อย่างไรก็ดีการดำเนินงานตามแนวทางนี้อาจทำให้ ดูเหมือนว่าฝ่ายตุลาการจะเป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยที่มีความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์แบบและไม่มี ความเชื่อมโยงใดๆ กับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติเลย ซึ่งอาจขัดแย้งต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงได้เสนอให้มีการเปิดโอกาสให้องค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยอื่นสามารถที่จะเข้ามา ตรวจสอบการดำเนินงานบริหารงานบุคคลของข้าราชการฝ่ายตุลาการได้ในบางกรณีและขณะเดียวกัน ฝ่ายตุลาการก็ควรที่จะมีอำนาจตรวจสอบการดำเนินงานของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติได้เช่นกัน |
| บรรณานุกรม | : |
มณฑล เทียนเกษม . (2540). แนวทางการพัฒนากฎหมายระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มณฑล เทียนเกษม . 2540. "แนวทางการพัฒนากฎหมายระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มณฑล เทียนเกษม . "แนวทางการพัฒนากฎหมายระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. มณฑล เทียนเกษม . แนวทางการพัฒนากฎหมายระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการธุรการศาลยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
