ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ
นักวิจัย : สุชาย จอกแก้ว
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53560
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นกฎหมาย ที่อยู่ในลำดับชั้นสูงสุดของประเทศที่มีการบัญญัติกฎหมาย รัฐธรรมนูญไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในการปกครอง กล่าวคือ กฎหมายรัฐธรรมนูญมีศักดิ์สูงกว่าบรรดากฎหมายในรูปอื่น ๆ กฎหมายอื่น ๆ นั้นจะมาขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ ด้วย เหตุนี้รัฐที่มีการบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์ อักษร จึงจำเป็นต้องมีบทบัญญัติเป็นเชิงรองรับความเป็น กฎหมายสูงสุดของกฎหมายรัฐธรรมนูญของรัฐนั้น ๆ ด้วยเสมอ อันเป็นเหตุให้ต้องมีการรักษาสถานภาพความเป็นกฎหมาย สูงสุดนี้ไว้มิให้มีการล่วงเกินได้ วิธีการรักษาความเป็น กฎหมายสูงสุดของกฎหมายรัฐธรรมนูญประการหนึ่ง ก็คือ การมีระบบองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัด รัฐธรรมนูญ และอีกประการหนึ่งที่นับว่าเป็นเรื่องที่มีความ สำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาความเป็นกฎหมายสูงสุด ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ หลักกฎหมายว่าด้วยวิธีการ พิจารณาความของ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหลัก กฎหมายที่เกี่ยวด้วยการใช้อำนาจหน้าที่ในการพิจารณา วินิจฉัยชี้ขาดความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญอันเป็น สิ่งที่รัฐในระบอบเสรีประชาธิปไตยทั้งหลายจะต้องให้ ความสำคัญและควรคำนึงถึง นั่นคือกลไกการควบคุมและ ตรวจสอบการใช้อำนาจของบุคคลที่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจให้เป็น ไปโดยรัดกุม และเพื่อลดโอกาสของตัวบุคคลที่จะบิดเบือน การใช้อำนาจของตนโดยมิชอบ จำเป็นที่จะต้องมีหลักวิธีการ พิจารณาความให้เป็นกลไกเพื่อถ่วงดุลและตรวจสอบการใช้ อำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญผู้มีอำนาจชี้ขาดดังกล่าว การที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มิได้บัญญัติให้มีกฎหมายว่าด้วยวิธีการพิจารณาความของคณะ ตุลาการรัฐธรรมนูญไว้เป็นการเฉพาะ เป็นเหตุให้ต้องนำ พระราชบัญญัติวิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับ แต่เมื่อพิจารณาจาก พระราชบัญญัติวิธีการพิจารณาดังกล่าว ทำให้เห็นว่า หลักวิธีการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญของไทยใน ปัจจุบันนั้นมิได้เป็นไปตามหลักวิธีการพิจารณาความที่มี ลักษณะเหมือนกัยวิธีการพิจารณาคดีในรูปแบบศาล หากแต่ เป็นรูปแบบการพิจารณาในรูปของคณะกรรมการ และเมื่อ พิจารณาถึงลักษณะการใช้อำนาจของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ แล้วก็ทำให้เห็นว่า ลักษณะการใช้อำนาจของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นลักษณะการใช้อำนาจในทางตุลาการ ฉะนั้น จึงเห็นได้ว่า หลักวิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญของไทยในปัจจุบัน มิได้มีหลักวิธีการพิจารณา ที่สอดคล้องกับลักษณะการใช้อำนาจในทางตุลาการของคณะ ตุลาการรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เมื่อวิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีรูปแบบวิธีการพิจารณาเป็นรูปแบบของคณะกรรมการดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุของปัญหาที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติวิธีการพิจารณาของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้มีหลักเกณฑ์และรูปแบบวิธีการพิจารณาความเป็นรูปแบบของ องค์กรศาลในกระบวนการยุติธรรมสาขากฎหมายมหาชนใน อนาคตต่อไป ปัญหาเกี่ยวกับวิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญในปัจจุบัน เช่น ปัญหาการจำกัดสิทธิของคู่ความ หรือประชาชนในการเสนอปัญหา กฎหมายใดขัดรัฐธรรมนูญ ต่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ปัญหาการไม่ให้สิทธิ แก่คู่ความและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีสามารถต่อสู้คดี ได้อย่างเต็มที่ ปัญหาการพิจารณาคดีของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญมิได้มีการพิจารณาโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความและ มิได้มีการพิจารณาคดีด้วยวาจา เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้ นับว่าเป็นปัญหาสำคัญของวิธีการพิจารณาของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญ ที่ควรแก่การปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้วิธีการ พิจารณาความมีความเป็นมาตรฐานมากขึ้น ผลจากการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับระบบและวิธีการ พิจารณาความของตุลาการรัฐธรรมนูญในต่างประเทศ จึงเห็น ควรที่จะให้มีการปรับปรุงแก้ไขรูปแบบวิธีการพิจารณาความ ของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบ วิธีการพิจารณาในรูปขององค์กรศาลในกระบวนการยุติธรรม สาขากฎหมายมหาชน และควรมีการปรับปรุงแก้ไขหลักกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการพิจารณาความ ดังต่อไปนี้คือ ควรมีการเพิ่ม เติมบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้เสียหายหรือกลุ่มเอกชนหรือ องค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิเสนอปัญหากฎหมายขัด รัฐธรรมนูญต่อคณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ควรมีการ เพิ่มบทบัญญัติให้สิทธิแก่คู่ความและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในคดีสามารถมีสิทธิต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ ควรมีการเพิ่ม บทบัญญัติให้มีการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความ และให้มีการพิจารณาคดีด้วยวาจา ควรมีการเพิ่มเติม บทบัญญัติเกี่ยวกับการสืบพยานหลักฐาน หรือค้นหาพยาน หลักฐานของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญให้มากกว่าเดิม ควรมีการ แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการลงมติวินิจฉัยของคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญ ให้มีผลเป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ ควรมีการเพิ่ม เติมบทบัญญัติ ให้สิทธิแก่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เห็น ชอบด้วยกับคำวินิจฉัยมีสิทธิทำความเห็นแย้งได้ และควรมีการ เพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับผลของคำวินิจฉัยให้มีผลเป็นการ เยียวยาแก่บุคคลต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้ของ กฎหมาย ที่มีข้อความขัดกับรัฐธรรมนูญนั้น ทั้งนี้เพื่อ เป็นการเคารพในสิทธิของประชาชน และเป็นการคุ้มครอง และรับรองสิทธิของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติ รับรองไว้ และประการสำคัญเพื่อให้ได้คำวินิจฉัยของ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่มีคุณภาพและป้องกันการบิดเบือน การใช้อำนาจโดยมิชอบของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นด้วย

บรรณานุกรม :
สุชาย จอกแก้ว . (2539). วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาย จอกแก้ว . 2539. "วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุชาย จอกแก้ว . "วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
สุชาย จอกแก้ว . วิธีการพิจารณาความของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไทย ในการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.