| ชื่อเรื่อง | : | ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของครัวเรือน : กรณีศึกษา เทศบาลเมืองภูเก็ต |
| นักวิจัย | : | สมเกียรติ เรืองจันทร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53528 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีอัตราการขยายตัวทางด้าน เศรษฐกิจสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่งผลให้มี อุปสงค์ที่มีต่อน้ำใช้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกาะภูเก็ตประสบ ปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ในฤดูแล้ง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ต้องการศึกษาปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของ ครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต รวมทั้งการใช้กลไก ราคาเป็นเครื่องมือในการควบคุมให้ประชาชนช่วยกัน ประหยัดปริมาณการใช้น้ำน้อยลง วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ใช้แนวคิดของ Billings และ Agthe (1980) เป็นพื้นฐานโดยได้เสนอให้ใช้ตัวแปร difference (ซึ่งพัฒนามาจากแนวคิดของ Nordin, 1976) ร่วมกับราคาส่วนเพิ่มหน่วยสุดท้ายในการอธิบายและหาค่า ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ของน้ำประปา สำหรับนิยายตัวแปร difference คือค่าน้ำที่จ่ายจริงหักด้วยค่าน้ำที่คิด ณ ระดับราคาส่วนเพิ่มหน่วยสุดท้ายสำหรับน้ำใช้ทุก ๆ หน่วย หรือ difference ก็คือเงินอุดหนุนที่มองไม่เห็น (implicit subsidy) ซึ่งครัวเรือนได้รับจากรัฐบาล การศึกษาวิจัยนี้ใช้ข้อมูลปริมาณการใช้น้ำของ ครัวเรือนในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน และพฤษภาคม ในปี 2538 ร่วมกับข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสำรวจครัวเรือน จำนวน 473 ครัวเรือน การวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณระหว่างปริมาณการ ใช้น้ำกับราคาส่วนเพิ่มหน่วยสุดท้าย (MP) difference รายได้ที่แท้จริงของครัวเรือน จำนวนสมาชิกในครัวเรือน และตัวแปรหุ่น ซึ่งได้แก่ ครัวเรือนที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย และประกอบธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่า ราคาส่วนเพิ่มหน่วย สุดท้าย จำนวนสมาชิกในครัวเรือนไม่มีความสัมพันธ์กับ ปริมาณการใช้น้ำของครัวเรือนในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต ส่วนรายได้ที่แท้จริงของครัวเรือน และ difference มีความ สัมพันธ์กับปริมาณน้ำใช้ของครัวเรือนอย่างมีนัยสำคัญ โดย มีค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้ของครัวเรือนมีค่า เท่ากับ 0.02 ส่วนค่าความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อ difference (เงินอุดหนุน) มีค่าเท่ากับ 0.70 ถึงแม้ว่าราคาส่วนเพิ่มหน่วยสุดท้ายจะไม่มีความ สัมพันธ์กับปริมาณการใช้น้ำของครัวเรือน แต่ difference (เงินอุดหนุน) มีความสัมพันธ์กับปริมาณการใช้น้ำในทิศทาง เดียวกัน กล่าวคือ ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปามากก็จะได้รับ เงินอุดหนุนมากกว่าครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาน้อยกว่า ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาการขาดแคลน น้ำใช้ในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ตสามารถแก้ได้โดยลดจำนวน เงินอุดหนุนลงซึ่งอาจจะทำได้โดยการเพิ่ม intramaginal rates ให้สูงขึ้น หรือเพิ่มทั้ง intramaginal rates และ ราคาส่วนเพิ่มหน่วยสุดท้ายพร้อมกัน ส่งผลให้ครัวเรือนลด ปริมาณการใช้น้ำลงและเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่การประปา เทศบาลภูเก็ต รวมถึงการลดลงในการแบกรับภาระต้นทุน ในการผลิตน้ำประปา นอกจากนี้ การที่รายได้ที่แท้จริงของ ครัวเรือนมีความสัมพันธ์กับปริมาณการใช้น้ำในทิศทาง เดียวกัน ทำให้ครัวเรือนมีแนวโน้มที่จะใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น การประปา เทศบาลก็ควรที่จะต้องขยายปริมาณน้ำดิบและกำลังการผลิต เพื่อรองรับการขยายตัวทั้งด้านประชากรและเศรษฐกิจ |
| บรรณานุกรม | : |
สมเกียรติ เรืองจันทร์ . (2539). ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของครัวเรือน : กรณีศึกษา เทศบาลเมืองภูเก็ต.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมเกียรติ เรืองจันทร์ . 2539. "ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของครัวเรือน : กรณีศึกษา เทศบาลเมืองภูเก็ต".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สมเกียรติ เรืองจันทร์ . "ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของครัวเรือน : กรณีศึกษา เทศบาลเมืองภูเก็ต."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. สมเกียรติ เรืองจันทร์ . ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ของน้ำประปาของครัวเรือน : กรณีศึกษา เทศบาลเมืองภูเก็ต. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
