| ชื่อเรื่อง | : | การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทต่างประเทศ |
| นักวิจัย | : | สุธรรม จุลิรัชนีกร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53357 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรธุรกิจจากการที่บริษัท ต่างประเทศเข้ามาประกอบกิจการหรือถือว่าประกอบกิจการ ในประเทศไทยนั้นอนุสัญญาภาษีซ้อนซึ่งประเทศไทยทำขึ้น เพื่อขจัดภาษีซ้ำซ้อนกับประเทศต่าง ๆ มีบทบาทเข้ามาจำกัด การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลไทยโดยทำให้จัดภาษีได้น้อยลง จากการศึกษาปรากฎว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้จาก กำไรธุรกิจ ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศแหล่งเงินได้จะจัด เก็บภาษีเงินได้จากกำไรธุรกิจได้ต่อเมื่อบริษัทต่างประเทศ ดำเนินกิจการโดยผ่านสถานประกอบการถาวรทั้ง 3 ประเภท แต่ก็มีปัจจัยหลายประการที่เข้ามาจำกัดฐานของรายรับ และทำให้ฐานของรายจ่ายกว้างขึ้น (ซึ่งมีผลทำให้กำไรสุทธิ ต่ำลง) รัฐบาลไทยจึงจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลได้น้อยลง ปัจจัยดังกล่าวได้แก่ 1. อายุของโครงการสถานประกอบการถาวรที่ เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทอาคาร การก่อสร้าง การประกอบ ติดตั้ง 2. ข้อยกเว้นที่กำหนดให้สถานประกอบการถาวร ซึ่งดำเนินกิจการในประเทศไทย ไม่ถือว่าเป็นสถานประกอบการ ถาวร หรือ ไม่ถือว่ามีกำไรเกิดจากสถานประกอบการถาวรนั้น 3. หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้สถานประกอบการเป็น หน่วยภาษีที่อิสระแยกจากสำนักงานใหญ่ รวมทั้งในกรณีที่บริษัทต่างประเทศไม่สามารถคำนวณ กำไรจากธุรกิจได้และประเทศไทยได้นำหลักการประเมินภาษี ในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับหรือยอดขายก่อนหักรายจ่าย มาเป็นประเพณีปฏิบัติในการจัดเก็บภาษีนั้น แม้ว่าหลักการ จัดเก็บภาษีโดยวิธีการประเมินดังกล่าวจะสอดคล้องกับหลัก การที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน แต่การจัดเก็บภาษี ดังกล่าวก็ก่อให้เกิดปัญหา 2 ประการ ประการแรกเป็นการจัด เก็บภาษีในอัตราที่สูงเกินไปทำให้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ประการที่สองเป็นการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำเกินไปทำให้ จัดเก็บภาษีได้น้อยลง ผู้เขียนได้ศึกษาวิเคราะห์ถึงปัญหาต่าง ๆ ตามที่ กล่าวแล้ว และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวกรมสรรพากรควรจัด เจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบรูปแบบ ของสถานประกอบการถาวรจากการตีความของกรมสรรพากร และของศาล นอกจากนี้ในปัญหาที่เกี่ยวกับสถานประกอบการถาวร ในเรื่องของตัวแทนก็ควรจะต้องตีความโดยคำนึงถึงวิธีการ ในทางปฏิบัติและเทคนิคในทางธุรกิจการค้า และในเรื่องอื่น ๆ ประกอบการพิจารณาด้วย ไม่ควรตีความโดยอาศัยแต่เพียง หลักการเบื้องต้น โดยไม่ค้นหาความจริงหรือเจตนารมณ์ที่ แท้จริง นอกจากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว รัฐบาลไทยควร เจรจาแลกเปลี่ยนข้อสนเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงยกเลิกหลักของ ข้อยกเว้นเกี่ยวกับกิจกรรมของสถานประกอบการถาวรประเภท จัดซื้อของหรือสินค้า ที่กำหนดมิให้ถือเป็นกำไรของสถาน ประกอบการถาวร โดยให้ถือว่าการส่งของหรือสินค้าที่จัดซื้อ ไปต่างประเทศเป็นการขายในประเทศไทย ตามประมวล รัษฎากรมาตรา 70 ตรี ทั้งให้เจรจาแลกเปลี่ยนข้อสนเทศ เพื่อกำหนดอายุของโครงการของสถานประกอบการถาวร ประเภทกิจกรรมเกี่ยวกับ อาคาร โครงการ ก่อสร้าง ประกอบติดตั้ง โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าอายุของโครงการเกิน กว่า 3 เดือน หรือเกินกว่า 6 เดือน นั้นต้องอยู่ในรอบ ระยะเวลาบัญชีหรือปีภาษีเกี่ยวกันหรือไม่หรือเจรจาโดยไม่ กำหนดอายุของโครงการ นอกจากนี้ให้เจรจาเปลี่ยนแปลง วิธีการจัดเก็บภาษีตามหลักการที่ให้ถือว่าสถานประกอบการ ถาวรเป็นหน่วยภาษีที่เป็นอิสระแยกจากสำนักงานใหญ่ เพราะ หลักการดังกล่าวก่อให้เกิดราคาโอนขายสินค้า หรืออัตรา ค่าบริการที่สูงกว่าความเป็นจริง และในกรณีที่บริษัท ต่างประเทศไม่สามารถคำนวณกำไรได้ซึ่งรัฐบาลไทยได้นำ หลักการจัดเก็บภาษีโดยการประเมินในอัตราร้อยละ 5 ของยอดรายรับ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายมาใช้นั้น ก็ควร จะเปลี่ยนแปลง โดยนำหลักการจัดเก็บภาษีโดยวิธีการ จัดสรรกำไรตามหลักการจัดเก็บภาษีแบบ Unitary Method ของสหรัฐอเมริกามาใช้จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการจัด เก็บภาษีของรัฐบาลไทยมากกว่า |
| บรรณานุกรม | : |
สุธรรม จุลิรัชนีกร . (2538). การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทต่างประเทศ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุธรรม จุลิรัชนีกร . 2538. "การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทต่างประเทศ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุธรรม จุลิรัชนีกร . "การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทต่างประเทศ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. สุธรรม จุลิรัชนีกร . การจัดเก็บภาษีเงินได้จากกำไรสุทธิของบริษัทต่างประเทศ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
