ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย
นักวิจัย : พัฒนะ เรือนใจดี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=53270
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แนวความคิดเรื่องระบบการควบคุมมิให้ กฎหมายขัดกับรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ ก็โดยเหตุที่มาจากหลักทฤษฎีเกี่ยวกับความสูงสุดแห่ง รัฐธรรมนูญ หลักการในเรื่องการแบ่งแยกอำนาจ และ ทฤษฎีว่าด้วยการควบคุมกฎหมายมิให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ เหล่านี้ล้วนเป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความ สูงสุดหรือการมีศักดิ์มีสถานะที่สูงกว่ากฎหมายธรรมดา อื่นใดของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ยอมรับกันทั่วไปถึงหลักการนี้ ทั้งในยุโรปและประเทศในกลุ่มตะวันตก สาเหตุที่ต้องมีการ ควบคุมกฎหมายมิให้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ก็เนื่อง จากโดยเหตุที่รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายแม่บท เป็นกฎหมาย สูงสุดที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นกฎหมายที่ บัญญัติรับรองคุ้มครองถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็น กฎหมายที่ระบุถึงข้อจำกัดอำนาจของรัฐที่พึงจะใช้อำนาจ นั้นต่อประชาชนและที่สำคัญก็เป็นกฎหมายที่บัญญัติถึงอำนาจ อธิปไตยที่ใช้ในการปกครองประเทศ ดังนั้นจึงไม่เป็นการ ถูกต้องที่จะมีกฎหมายใดอยู่เหนือรัฐธรรมนูญได้ ระบบของ การควบคุมตรวจสอบในประเด็นนี้ มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีการ นั่นคือ การมอบหมายอำนาจให้กับองค์กรศาลยุติธรรมหรือ มอบหมายอำนาจให้กับองค์กรพิเศษเฉพาะด้านในการ พิจารณา ซึ่งจะเห็นว่าการมอบหมายอำนาจในการตรวจ สอบควบคุมกฎหมายมิให้ขัดกับรัฐธรรมนูญไว้กับองค์กร ศาลยุติธรรม เช่น กรณีของสหรัฐอเมริกานั้นดูจะเป็นการ ขัดกับหลักการแบ่งแยกอำนาจอธิปไตย เพราะจะทำให้ ศาลยุติธรรม มีอำนาจเหนือกว่าองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ จึงเห็นได้ว่าทางที่เหมาะสมนั้นควรให้อำนาจในการ วินิจฉัยนี้แก่องค์กรพิเศษเฉพาะด้านที่ตั้งขึ้นพิจารณา อันได้แก่ศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการรัฐธรรมนูญ กล่าวสำหรับในประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญ หลายฉบับที่ได้บัญญัติถึงความสูงสุดของรัฐธรรมนูญไว้ นอกจากนี้นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2489 เป็นต้นมาที่มีการ สถาปนาองค์กรพิเศษเฉพาะด้านในการพิจารณาที่เรียกว่า ตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นใช้บังคับเป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2489 ก็ได้มีวิวัฒนาการ ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นลำดับกับองค์กรพิเศษ ดังกล่าวนี้ ซึ่งสิ่งที่ผู้เขียนสนใจก็คือในเรื่องที่ เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนช่วยอย่างไรในการพัฒนาองค์กรพิเศษเฉพาะด้าน ที่เรียกว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ให้มีการดำเนินงาน ควบคุมและตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาก็อาจพบปัญหาในด้านโครงสร้าง ความเหมาะสม ทั้งในแง่ของคุณสมบัติ และองค์ประกอบ ขององค์กรนี้ การดำเนินกระบวนวิธีพิจารณาตลอดจนหลัก ประกันในความมีอิสระที่จะวินิจฉัยปัญหาในทางรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมยอมรับของประชาชน และสถาปนาเป็นองค์กรถาวรอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นรูปแบบที่ผู้เขียนเสนอในวิทยานิพนธ์นี้ก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะมีการศึกษาในปัญหาเชิงทฤษฎีและ กฎหมาย รวมทั้งปัญหา และอุปสรรคในการจัดตั้งและรูปแบบ ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย อย่างน้อยก็เป็นทางเลือก ใหม่อีกแนวทางหนึ่ง ในขณะที่บ้านเมืองมีปัญหาเกี่ยวกับ องค์กรตุลาการรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ เพราะการสถาปนา ให้มีองค์กรพิเศษเฉพาะด้านในการพิจารณาที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนี้จะทำให้ดูเป็นองค์กรที่เข้มแข็งถาวร เป็นอิสระอยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยมากกว่าคณะตุลาการ รัฐธรรมนูญที่ยังมีการผูกพันอิงอยู่กับรัฐสภาในลักษณะของ องค์กรการเมือง และยังเป็นการลดกระแสแห่งความขัดแย้ง ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและตุลากรลงได้ นอกจากนี้ก็มีการ ให้หลักประกันในแง่ของสถานภาพ และความเป็นอิสระในการ วินิจฉัยตัดสินคดีในทางรัฐธรรมนูญดังจะเห็นได้จากองค์กร ที่แต่งตั้ง รูปแบบของการเลือกสรร ซึ่งก็จะมีตัวแทนของพรรค การเมืองต่าง ๆ มารวมกันเป็นคณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อ บุคคลที่ควรได้รับการแต่งตั้งสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติ ในการเลือกสรรต่อไป หรือในเรื่องของวาระในการดำรง ตำแหน่งซึ่งต้องให้เวลาพอสมควรและปลอดจากการแทรกแซง ใด ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจในการดำรงตำแหน่ง ของผู้พิพากษาในการทำงานที่จะผลิตผลงานและมีเวลาที่จะ พัฒนาวางแนวทางคำพิพากษา เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในทาง รัฐธรรมนูญต่อไป จากเหตุผลดังกล่าวนี้จึงเห็นได้ว่า ประเทศไทยนั้นควรที่จะให้มีศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น เพื่อทำ หน้าที่องค์กรผู้มีอำนาจวินิจฉัยควบคุมตรวจสอบกฎหมาย มิให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยอาจมีการผสมผสานในแนวทาง ความคิดของศาลรัฐธรรมนูญแห่งประเทศสหพันธสาธารณรัฐ เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลี ทั้งนี้ก็เพื่อก่อให้เกิดผลดีในการ จัดตั้งและดำเนินงานในระยะเริ่มต้น ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าการสถาปนาองค์กรตุลาการเช่น ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นอีกองค์กรหนึ่งแยกต่างหากจากองค์กร ที่ใช้อำนาจตุลาการตามปกติ โดยให้มีองค์ประกอบและคุณสมบัติ ตลอดจนกระบวนวิธีพิจารณาตัดสินคดีที่เหมาะสมและได้ดุลย์กัน ในระหว่างตัวบุคคลที่ได้รับการเลือกสรรนี้เพื่อมอบหมายให้ เป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจ ซึ่งมีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างอำนาจ นิติบัญญัติและอำนาจตุลาการเป็นการเฉพาะเจาะจง ย่อมเป็น ทางออกที่เป็นที่ยอมรับได้และเป็นวิธีทางในการแก้ปัญหา ที่หลาย ๆ ประเทศได้เลือกใช้อยู่เวลานี้

บรรณานุกรม :
พัฒนะ เรือนใจดี . (2537). ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัฒนะ เรือนใจดี . 2537. "ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัฒนะ เรือนใจดี . "ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
พัฒนะ เรือนใจดี . ศาลรัฐธรรมนูญ ศึกษาปัญหาทางทฤษฎี และกฎหมาย รวมทั้งปัญหาและ อุปสรรคในการจัดตั้ง และรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.