ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์
นักวิจัย : นิมมาฤดี สุขเปี่ยม
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=52940
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การทำงานสร้างสรรค์จิตรกรรมภูมิทัศน์ในหัวข้อ กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรมภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัย ราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์ โดยเลือกศึกษาจากภาพเขียนของสอง ศิลปินของตะวันออกที่มีความที่มีความแตกต่างทั้งสภาพภูมิประเทศ สภาพสังคม วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ รวมทั้งช่วงเวลาเกิดที่ห่างกัน 790 ปี สำหรับงานจิตรกรรมภูมิทัศน์ของ ทั้งสองมีทั้งส่วนที่แตกต่างและส่วนที่คล้ายคลึง ส่วนที่แตกต่างคือสื่อที่ใช้ในการวาด โดยปอล เซซานน์ จะใช้สี ส่วนหลี่ถังจะใช้เส้น ส่วนคล้ายคลึงคือการใช้สีหรือเส้นสร้าง รอยพู่กันที่มีลักษณะเป็นระนาบทั้งเล็กและใหญ่ซ้อนทับกัน ทำให้เกิดมิติของรูปทรงภายในภาพ ความแตกต่างและความคล้ายคลึงของจิตรกรทั้งคู่ จึงมีข้อที่น่าศึกษาหลายประการ ดังนี้ จึงแบ่งการศึกษาออกเป็นสองข้อใหญ่คือศึกษาการใช้สีของปอล เซซานน์ ในสามหัวข้อคือ สีสร้างความแตกต่างระหว่างรูปกับพื้น สีสร้างความลึกของระนาบในภาพ สีสร้างรอยพู่กัน และน้ำหนัก และศึกษาการใช้เส้นของหลี่ถังในสามหัวข้อคือ เส้นสร้างทั้งรูปทรงและพื้น เส้นสร้างทิศทางการมองเคลื่อนวนอยู่ภายในภาพ เส้นสร้างรอยพู่กันและน้ำหนักโดยวิธีการ ศึกษาจะใช้การวิเคราะห์ระดับของการใช้สีหรือเส้น ในภาพจิตรกรรมภูมิทัศน์แต่ละภาพว่า มีระดับการใช้อยู่ในระดับใดตั้งแต่มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย จนถึงน้อยที่สุด เพื่อใช้ เป็นข้อมูลในการทำงานมาพัฒนาและสร้างสรรค์งานจิตรกรรม ซึ่งผลปรากฏว่าภาพภูเขา แซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ จำนวน 9 ภาพ ปรากฏผลดังนี้ ระดับการใช้สีสร้างให้เกิด ความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น มีระดับการสร้างอยู่ในทุกเกณฑ์ตั้งแต่น้อยที่สุดจนถึง มากที่สุด ในหัวข้อสีสร้างความลคกของระนาบในภาพอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มาก จนถึงมากที่สุด หัวข้อสีสร้างรอยพู่กันและน้ำหนักมีการใช้ในระดับมากถึงมากที่สุด สำหรับภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถัง จำนวน 5 ภาพ ผลปรากฏว่าระดับการใช้เส้นในการสร้างให้เกิดทั้งรูปทรง และพื้น มีระดับการสร้างมากถึงมากที่สุด เส้นสร้างทิศทางการมองเคลื่อนวนภายในภาพ มีระดับ การใช้อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มาก มากที่สุด เส้นสร้างรอยพู่กันและน้ำหนักมีระดับการสร้าง มากถึงมากที่สุด เมื่อรวบรวมข้อมูลจากการวิเคราะห์ทั้งหมดทำให้สรุปผลของข้อมูลได้ว่า ภาพภูเขา แซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ จะเน้นการใช้สีที่แสดงรอยพู่กันและน้ำหนักภายในภาพ รวมทั้ง ให้สีสร้างความลึกของระนาบในภาพมากกว่าให้สีสร้างความแตกต่างระหว่างรูปและพื้น เพราะ งานชุดนี้ช่วงแรกของการทำงานศิลปะซึ่งเขายังอยู่ในวัยหนุ่มจะใช้สีแสดงความเป็นรูปและ พื้นอย่างชัดเจน ส่วนงานในช่วงกลางและช่วงหลังที่เขาวาดเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้นสีจะแสดง ถึงความเป็นรูปและพื้นในลักษณะซ้อนทับกันโดยสีในส่วนของรูปจะเหลื่อมเข้ามาในส่วนของพื้น ในทำนองเดียวกันสีของพื้นจะคาบเกี่ยวเข้ามาในส่วนของรูป ส่วนภาพจิตรกรรมภูมิทัศน์ของหลี่ถังจำนวน 5 ภาพ สรุปผลดังนี้ การใช้เส้นของหลี่ถังจะเน้นเรื่องการใช้เส้นให้เกิดรอยพู่กันและน้ำหนัก รวมทั้ง การใช้เส้นให้เกิดทั้งรูปทรงและพื้นมากกว่าการใช้เส้นสร้างทิศทางการมองเคลื่อนวน ภายในภาพ สรุปประเด็นที่ร่วมกันของศิลปินทั้งคู่คือการใช้สีและเส้นสร้างรอยพู่กันและ น้ำหนัก ซึ่งจะใช้เป็นประเด็นหลักในการนำมาพัฒนาและใช้ในการสร้างสรรค์ ส่วนประเด็นย่อย ในเรื่องการใช้สีสร้างความลึกของระนาบในภาพกับการใช้สีสร้างความแตกต่างระหว่างรูป กับพื้น และประเด็นย่อยในเรื่องการใช้เส้นสร้างทั้งรูปทรงและพื้นกับการใช้เส้นสร้าง ทิศทางการมองเคลื่อนวนภายในภาพ ข้อมูลทั้งหมดจะนำมาพัฒนาเป็นวิธีการใช้เส้นและสีให้มี ลักษณะเฉพาะตนดังนี้ ประเด็นที่ร่วมกันของศิลปินทั้งคู่คือการใช้เสันและสีสร้างรอย พู่กันและน้ำหนัก เมื่อนำมาพัฒนาเป็นลักษณะเฉพาะตนจะใช้การลากเส้นแบบระนาบเล็ก ระนาบใหญ่ของหลี่ถัง นำมาจัดวางการเชื่อมต่อของระนาบแบบเซซานน์คือ จัดวางแผ่นระนาบเล็ก ระนาบใหญ่ให้เรียงต่อกันคล้ายก้อนอิฐเรียงซ้อนกันในลักษณะมุมฉากทั้งทางตั้งและทางทะแยง รวมทั้งสร้างน้ำหนักให้เกิดขึ้นพร้อมกัน โดยใช้วิธีการนี้เป็นวิธีการหลักในการทำงาน สร้างสรรค์ทุกภาพ ส่วนประเด็นแยกย่อยรองลงมาของปอล เซซานน์ คือการใช้สีแสดงถึงมิติ ความลึกของระนาบภายในภาพจะนำมาพัฒนาโดยใช้สีสร้างความลึกของระนาบโดยจะใช้สีสดสร้าง ระนาบระยะหน้า สีสดที่ลดความสดใสลงจะอยู่ในระนาบกลาง สีสดที่ลดความสดใสโดยให้ผสมกับสี บรรยากาศให้อยู่ระยะไกลสุด ส่วนประเด็นสุดท้ายของการใช้สีคือการใช้สีสร้างความแตกต่าง ระหว่างรูปกับพื้น จะนำมาพัฒนาให้สีสร้างรูปและพื้นในลักษณะที่เหลื่อมซ้อนกัน โดยสี ของรูปจะกินเนื้อที่เข้าไปในส่วนของพื้น ในทำนองเดียวกันสีของพื้นจะกินเนื้อที่เข้าไป ในส่วนของรูป สำหรับประเด็นย่อยของหลี่ถังในเรื่องการใช้เส้นสร้างทั้งรูปทรงและพื้นจะ นำมาพัฒนาให้เส้นสร้างให้เกิดรูปทรงและพื้นในขณะเดียวกัน และจะใช้เส้นเน้นรูปทรงบางส่วน ให้เด่นชัดขึ้นและประเด็นสุดท้ายของการใช้เส้นคือเส้นสร้างทิศทางการมองเคลื่อนวน ภายในภาพจะพัฒนาให้เส้นสร้างทิศทางการมองเคลื่อนวนนำไปสู่จุดสนใจภายในภาพ เมื่อได้ข้อมูลในการนำไปพัฒนางานสร้างสรรค์ จึงนำมารวมกับข้อมูลที่ได้จากการ ศึกษาภูเขาทางตอนบนของประเทศไทย โดยศึกษาในเรื่องลักษณะทางภูมิศาสตร์กายภาพและลักษณะ ทางธรณีวิทยา และนำข้อมูลทั้งหมดใช้ทำงานสร้างสรรค์จิตรกรรมภูมิทัศน์ให้มีลักษณะ เฉพาะตน โดยมีเนื้อหาที่ต้องการแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของภูมิทัศน์บริเวณภูเขา ซึ่ง ภูเขานั้นเปรียบเสมือนตัวแทนของความมีชีวิตและความดำรงอยู่ของโลก เป็นดุจดั่งผู้ให้แก่ สรรพสิ่งที่อยู่โดยรอบ มีความสุขสมบูรณ์ในชีวิต ส่วนรูปแบบในการแสดงออกจะใช้รูปแบบ กึ่งนามธรรม ในการนำข้อมูลมาพัฒนางานสร้างสรรค์ชุด โครงสร้างของภูมิทัศน์หมายเลข 1-19 ได้แบ่งงานออกเป็น 3 ชุด ชุดแรกเป็นการศึกษาลักษณะรอยพู่กันของศิลปินทั้งสอง รวมทั้ง การใช้สีและเส้นสร้างมิติความลึกและการสร้างรูปและพื้นที่แยกกันอย่างเด่นชัด ชุดที่สอง จะใช้สีสร้างความลึกของระนาบในภาพ และใช้รอยพู่กันในลักษณะเป็นระนาบเล็กใหญ่วางซ้อนกัน คล้ายการก่อก้อนอิฐ รูปทรงส่วนใดที่ต้องการเน้นจะใช้การตัดเส้นเพื่อให้ส่วนรูปยกออกจาก ส่วนพื้น ชุดที่สามจะต่อเนื่องจากชุดที่สองโดยเน้นการใช้สีและเส้นสร้างความลึกของระนาบ โดยแบ่งระนาบเป็นแผ่นใหญ่สามระยะให้เด่นชัดขึ้น การใช้รอยพู่กันในลักษณะวางซ้อนกัน คล้ายการก่อก้อนอิฐซ้อนในระนาบแต่ละระยะ โดยวางในลักษณะเป็นมุมฉากต่อกันทั้งแนวตั้ง แนะแนวทะแยง ระนาบที่อยู่หน้าสุดจะใช้สีที่สด ระนาบที่อยู่ระยะกลางจะเจือสีของ บรรยากาศ ส่วนระนาบที่อยู่ไกลสุดจะอ่อนจากส่วนระนาบเล็กและใหญ่ที่นำมาเรียงซ้อนกัน คล้ายการก่อก้อนอิฐไล่ขนาดจากขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก ส่วนช่วงที่สีจะเน้นการใช้รอยพู่กัน แบบระนาบเล็กระนาบใหญ่ในลักษระวางซ้อนกันคล้ายการก่อก้อนอิฐให้มากขึ้นทั้งแนวตั้งและ แนวทะแยง แต่จะพัฒนาให้ต่างจากชุดที่สามในส่วนของระนาบระยะไกลสุด ซึ่งเดิมจะใช้น้ำหนัก สีอ่อนสุด พัฒนาใหม่โดยเพิ่มค่าน้ำหนักสีให้เข้มเท่ากับน้ำหนักสีของระนาบที่อยู่บริเวณ ด้านหน้าเพื่อให้เกิดความแตกต่างจากช่วงที่สาม จึงสร้างระนาบให้มีน้ำหนักสีใกล้เคียงกัน ทั้งในภาพเพื่อให้เกิดการประสานกลมกลืนของรอยพู่กันและน้ำหนักสีที่กระจายไปทั่วทั้งภาพ สรุปการทำงานทั้งสีช่วงทำให้เกิดวิธีการที่เป็นลักษณะเฉพาะตนคือวิธีการใช้รอย พู่กันแบบผสมผสาน โดยใช้รอยพู่กันแบบระนาบเล็กระนาบใหญ่ผสมกับการใช้ระนาบวางเรียง ซ้อนกันให้เกิดมุมฉากทั้งแนวตั้งและแนวทะแยงของปอล เซซานน์ เมื่อนำวิธีการของศิลปิน ทั้งคู่มาพัฒนาให้เกิดวิธีการใช้รอยพู่กันที่มีลักษณะเฉพาะตนคือการใช้รอยพู่กันสร้าง ระนาบแบบประชิดและต่อเนื่อง เมื่อนำงานทั้ง 4 ช่วงมาวิเคราะห์ ผลปรากฏว่างานช่วงที่ 1 ใช้รอยพู่กันยังเป็นการ ศึกษาวิธีการของศิลปินทั้งคู่ โดยใช้สร้างรูปทรงและพื้นและความลึกภายในภาพ ลักษณะเฉพาะตน ยังไม่ปรากฏ ต่อมาในงานช่วงที่สองเพิ่มวิธีการใช้รอยพู่กันสร้างระนาบแบบประชิดและ ต่อเนื่องเพื่อหาจังหวะการวางให้สมดุลย์เพื่อให้เกิดรูปทรงและพื้น ผลปรากฏว่ามีลักษณะ เฉพาะตนเกิดขึ้นในบางส่วนของภาพ ส่วนในงานช่วงที่สามเน้นการใช้รอยพู่กันในแบบเดิมให้ มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มระนาบแผ่นใหญ่เป็น 3 ระยะคือ หน้า กลาง หลัง และใช้รอยพู่กันสร้าง ระนาบขนาดเล็ก ขนาดกลาง วางซ้อนกันคล้ายการก่อก้อนอิฐอยู่ในแผ่นระนาบใหญ่ ผลปรากฏว่า มีลักษณะเฉพาะตนเพิ่มมากขึ้นเพราะระนาบเล็ก กลาง ที่วางในระนาบแผ่นใหญ่จะก่อให้เกิด ความเชื่อมต่อของระนาบใหญ่แต่ละแผ่น ซึ่งก่อให้เกิดความต่อเนื่องของระยะด้วยเช่นกัน ทำให้เกิดการพัฒนาลักษณะเฉพาะตนด้วยการใช้ระนาบแบบประชิดและเชื่อมต่อในช่วงนี้ ส่วนการทำงานช่วงที่สี่ได้เพิ่มวิธีการใช้รอยพู่กันให้เกิดลักษณะระนาบและแบบประชิด และเชื่อต่อให้มากที่สุด โดยใช้ทั้งระยะหน้า กลาง ไกล ไกลสุด นอกจากนั้น ยังเพิ่ม น้ำหนักที่เกิดจากระนาบให้น้ำหนักสีระยะหน้าสุดมีน้ำหนักใกล้เคียงกับน้ำหนักสีระยะ ไกลสุดเพื่อต้องการการประสานกลมกลืนให้เกิดขึ้นทั่วทั้งภาพ ผลปรากฏว่าวิธีการลักษณะ เฉพาะตนปรากฏเด่นชัดมากขึ้นกว่างานช่วงอื่นที่ทำมาทั้งหมด งานสร้างสรรค์จิตรกรรมภูมิทัศน์ลักษณะเฉพาะตนชุด โครงสร้างของภูมิทัศน์ หมายเลข 1 - 19 สรุปได้ว่าลักษณะเฉพาะตนเกิดขึ้นจากการผสมผสานวิธีการใช้รอยพู่กัน แบบระนาบเล็กระนาบใหญ่ หลี่ถังผสมกับการจัดวางแผ่นระนาบให้เรียงต่อให้คล้ายการเรียง ก้อนอิฐของเซซานน์ โดยเกิดวิธีการใหม่ที่เป็นลักษณะเฉพาะตนคือวิธีการใช้รอยพู่กันสร้าง ระนาบขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ แบบประชิดและเชื่อมต่อ ซึ่งสร้างให้เกิดทั้งรูปทรง พื้น น้ำหนักสี มิติความลึก ทิศทาง ก่อให้เกิดโครงสร้างคล้ายการต่อเชื่อมของผนังในงาน สถาปัตยกรรม โดยระนาบที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดระนาบแผ่นต่อไปต่อเนื่องไม่สิ้นสุด ทำให้ สามารถลดทอนรายละเอียดของภูมิทัศน์ธรรมชาติให้เหลือเพียงโครงสร้างของแผ่นดิน ต้นไม้ ภูเขา ท้องฟ้า ในรูปแบบของรอยพู่กันลักษณะระนาบซึ่งก่อให้เกิดเอกภาพในงานสร้างจิตรกรรม ภูมิทัศน์ชุด โครงสร้างของภูมิทัศน์หมายเลข 1 - 19

บรรณานุกรม :
นิมมาฤดี สุขเปี่ยม . (2543). กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิมมาฤดี สุขเปี่ยม . 2543. "กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิมมาฤดี สุขเปี่ยม . "กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
นิมมาฤดี สุขเปี่ยม . กรณีศึกษาภาพภูเขาแซงท์วิคทัวร์ของปอล เซซานน์ ในลัทธิโพสอิมเพรสซันนิสม์และภาพจิตรกรรม ภูมิทัศน์ของหลี่ถังในสมัยราชวงศ์ซ่งเพื่อการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมภูมิทัศน์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.