| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูล ตามแนวทฤษฎีของดิคคินสันกับการสอนตามคู่มือครู |
| นักวิจัย | : | ทนงค์ศักดิ์ ใจสบาย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=52652 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดมุ่งหมายของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอน โดยใช้บทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคันสันกับการสอนตามคู่มือครู กลุ่มตัวอย่างเป็นสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2541 โรงเรียนมหาวชิราลงกรณ ราชวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยมศึกษา) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้มาจากการสุ่ม แบบแบ่งชั้น (Stratified Random Samping) ตามระดับความสามารถในการเรียนภาษาอังกฤษ และใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย สุ่มเป็นกลุ่มทดลอง 30 รูป และกลุ่มควบคุม 30 รูป ดำเนินการ ทดลองโดยใช้แบบแผนการวิจัยแบบ Randomized Control Group Pretest - Posttest Design โดยกลุ่มทดลองได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคินสัน กลุ่มควบคุมได้รับ การสอนตามคู่มือครู โดยใช้เวลาในการทดลองกลุ่มละ 16 คาบ คาบละ 50 นาที โดยใช้เนื้อหา เดียวกัน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย แบบทดสอบวัดความสนใจในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามวัดความสนใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ t-test แบบ Independent และ Dependent Samples ผลการวิจัย พบว่า 1. สามเณรที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคินสัน และสามเณรที่ได้ รับการสอนตามคู่มือครู มีความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 2. สามเณรที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคินสัน และสามเณรที่ได้ รับการสอนตามคู่มือครู มีความสนใจในการการเรียนวิชาภาษาอังกฤษแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 3. สามเณรที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคินสัน มีความสามารถ ในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษก่อนและหลังการทดลอง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. สามเณรที่ได้รับการสอนตามคู่มือครู มีความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษก่อนและ หลังการทดลอง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5. สามเณรที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูลตามแนวทฤษฎีของดิคคินสัน มีความสนใจใน การเรียนวิชาภาษาอังกฤษก่อนและหลังการทดลอง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. สามเณรที่ได้รับการสอนตามคู่มือครู มีความสนใจในการเรียนวิชาภาษาอังกฤษก่อนและ หลังการทดลอง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 |
| บรรณานุกรม | : |
ทนงค์ศักดิ์ ใจสบาย . (2542). การเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูล ตามแนวทฤษฎีของดิคคินสันกับการสอนตามคู่มือครู.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทนงค์ศักดิ์ ใจสบาย . 2542. "การเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูล ตามแนวทฤษฎีของดิคคินสันกับการสอนตามคู่มือครู".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ทนงค์ศักดิ์ ใจสบาย . "การเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูล ตามแนวทฤษฎีของดิคคินสันกับการสอนตามคู่มือครู."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ทนงค์ศักดิ์ ใจสบาย . การเปรียบเทียบความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความสนใจในการเรียน วิชาภาษาอังกฤษของสามเณรชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยบทเรียนโมดูล ตามแนวทฤษฎีของดิคคินสันกับการสอนตามคู่มือครู. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
