ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน
นักวิจัย : ธัชกร สุวรรณจรัส
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=51437
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาค่าความเชื่อมั่นของ แบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความสามารถในการแก้ปัญหาวิชา บัญชีกิจการบริการที่มีผู้ตรวจให้คะแนน 1 คน โดยมีจุด หมายในการศึกษาดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบค่าความเชื่อ มั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความสามารถในการแก้ปัญหา วิชาบัญชีกิจการบริการ ฉบับ A และฉบับ B ด้วยสูตร r(,F-R) ของ Feldt - Raju ตามแบบจำลองคะแนนจริง สัมพันธ์ 2) เพื่อเปรียบเทียบค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ เอ็มอีคิว วัดความสามารถในการแก้ปัญหา วิชาบัญชีกิจการ บริการ ฉบับ A และฉบับ B ด้วยสูตรของ Brennan ตาม ทฤษฎีการสรุปอ้างอิง 3) เพื่อศึกษาการตัดสินใจการสรุป อ้างอิง (D Study) แบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความสามารถ ในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการว่าควรใช้ข้อสอบจำนวน กี่ข้อ เมื่อมีผู้ตรวจให้คะแนน 1 คน ที่จะทำให้แบบทดสอบมี ค่าความเชื่อมั่น 0.7 เป็นอย่างต่ำ 4) เพื่อเปรียบเทียบ ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบฉบับเดียวกันด้วยสูตร r(,F-R) ของ Feldt - Raju กับสูตรของ Brennan ตามทฤษฎีการสรุปอ้างอิง กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของกลุ่มโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาส่วนกลางกลุ่มที่ 5 จำนวน 7 โรงเรียนที่เลือกเรียนวิชาบัญชีกิจการบริการ เป็นวิชาเลือก จำนวน 180 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบ ทดสอบเอ็มอีคิว วัดความสามารถในการแก้ปัญหา วิชาบัญชี กิจการบริการสองฉบับ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น คือ ฉบับ A เป็นแบบทดสอบที่ถามวัตถุประสงค์ที่ต้องการวัดวัตถุประสงค์ ละ 1 ข้อ มีทั้งหมด 20 ข้อ ฉบับ B เป็นแบบทดสอบที่ถาม วัตถุประสงค์ที่ต้องการวัดวัตถุประสงค์ละ 2 ข้อ มีทั้งหมด 40 ข้อ คำนวณค่าสัมประสิทธิ์การสรุปอ้างอิงและการตัดสินใจ สรุปอ้างอิงตามวิธีของเบรนนอน (Brennan. 1983) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป GENOVA และทดสอบความแตกต่าง ของค่าความเชื่อมั่นด้วยสูตร UX(,1) ผลการวิจัยพบว่า 1. ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบฉบับ A ที่คำนวณ ด้วยสูตร r(,F-R) มีค่าต่ำกว่าค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ ฉบับ B และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 2. ค่าสัมประสิทธิ์การสรุปอ้างอิงของแบบทดสอบ ฉบับ A มีค่าต่ำกว่าแบบทดสอบฉบับ B และแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 3. ในการตัดสินใจการสรุปอ้างอิง เมื่อกำหนดให้ค่า สัมประสิทธิ์การสรุปอ้างอิงของแบบทดสอบมีค่า 0.7 เป็น อย่างต่ำ มีผู้ตรวจให้คะแนน 1 คน แบบทดสอบฉบับ A ต้องใช้ ข้อสอบตั้งแต่ 16 ข้อขึ้นไป และฉบับ B ต้องใช้ข้อสอบ 10 ข้อขึ้นไป 4. ในการคำนวณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบฉบับ เดียวกันด้วยสูตร r(,F-R) ของ Feldt-Raju กับสูตร สัมประสิทธิ์การสรุปอ้างอิงของเบรนนอน สูตร r(,F-R) จะให้ค่าความเชื่อมั่นสูงกว่า และเมื่อทดสอบความแตกต่าง ทั้งสองสูตรมีค่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ

บรรณานุกรม :
ธัชกร สุวรรณจรัส . (2540). การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธัชกร สุวรรณจรัส . 2540. "การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธัชกร สุวรรณจรัส . "การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
ธัชกร สุวรรณจรัส . การประมาณค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบเอ็มอีคิว วัดความ สามารถในการแก้ปัญหาวิชาบัญชีกิจการบริการ ที่มีผู้ตรวจ ให้คะแนน 1 คน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.