ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
นักวิจัย : มลิวัลย์ สมศักดิ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=51336
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและทดลองใช้ รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนา การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 6 ขั้นตอนคือ นิยามปัญหา รวบรวม ข้อมูล จัดระบบข้อมูล ตั้งสมมติฐานสรุปอ้างอิงโดยใช้หลัก ตรรกศาสตร์ และประเมินการสรุปอ้างอิง รูปแบบการสอน ดังกล่าวพัฒนาจากการสังเคราะห์ทฤษฎี เอกสาร งานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแนวคิดเกี่ยวกับ รูปแบบการสอนการคิด ในลักษณะโปรแกรมเฉพาะไม่อิงเนื้อหา วิชาใดวิชาหนึ่งโดยใช้เนื้อหาทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการดำเนิน ชีวิตประจำวันของผู้เรียน ประกอบด้วยกระบวนการสอน 5 ขั้นตอนคือ เสนอสถานการณ์ ฝึกการคิดเป็นรายบุคคล ฝึกการ คิดเป็นกลุ่มย่อย อภิปรายผลการคิด และประเมินกระบวนการคิด การทดลองใช้รูปแบบการสอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาประสิทธิภาพ ของรูปแบบการสอนโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 80/80 ศึกษา การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบการสอน กับนักเรียนที่ไม่ได้รับการพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ศึกษา การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนก่อนการทดลอง ขณะทดลอง หลังการทดลอง และติดตามผลการทดลอง และศึกษาปฏิสัมพันธ์ ระหว่างรูปแบบการพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณกับระยะเวลา ในการทดลอง การทดลองใช้รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นจัดกระทำกับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดท้ายสำเภา สังกัด สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 64 คน จำแนกเป็นกลุ่มทดลอง 32 คน และกลุ่มควบคุม 32 คน กลุ่มทดลองได้รับการสอนตามรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นเป็นเวลา 16 คาบ ส่วนกลุ่มควบคุมไม่ได้รับการพัฒนาการคิดอย่างมี วิจารณญาณ เครื่องมือวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณใช้แบบ ทดสอบการคิดอย่างมีวิจารณญาณที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นวัดการคิด อย่างมีวิจารณญาณก่อนการทดลอง ขณะทดลอง หลังการ ทดลอง และติดตามผลการทดลองทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตรวจสอบผลการทดลองตามรูปแบบการ สอนด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทางแบบการวัดซ้ำ ผลการทดลองพบว่าประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (80/80) คือ 84.11/80.64 แสดงว่า รูปแบบการสอนมีประสิทธิภาพเพียงพอจะนำไปใช้ได้ การคิด อย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนา การคิดอย่างมีวิจารณญาณสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการพัฒนา การคิดอย่างมีวิจารณญาณอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .01) การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนา การคิดอย่างมีวิจารณญาณในขณะทดลอง หลังการทดลอง และ ติดตามผลการทดลองสูงกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการพัฒนาการคิด อย่างมีวิจารณญาณอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .01) แต่ การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่ทดลองใช้รูปแบบการ พัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณขณะทดลอง หลังการทดลอง และติดตามผลการทดลองไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
มลิวัลย์ สมศักดิ์ . (2540). รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มลิวัลย์ สมศักดิ์ . 2540. "รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
มลิวัลย์ สมศักดิ์ . "รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
มลิวัลย์ สมศักดิ์ . รูปแบบการสอนเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ในโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.