ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน
นักวิจัย : สุพรรณี ชาญประเสริฐ
คำค้น : มะเขือเทศ , ก๊าซชีวภาพ , Tomatoes , Biogas
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=49755
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาถึงผลระยะเวลา เก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สารต่อการเกิดก๊าซชีวภาพ จากกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน ในถังปฏิกรณ์ขนาด 4 ลิตร โดยป้อนอินทรีย์สารแบบกึ่งต่อเนื่อง ในขั้นตอนการผลิต กรดอินทรีย์ใช้กากมะเข้อเทศผสมกับหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ใน การผลิตกรมอินทรีย์ให้มีความเข้มข้น 10 กรัมต่อลิตร ทำการหมัก โดยมีระยะเวลาเก็บกัก 3 วัน 5 วัน และ 10 วัน พบว่า เมื่อระยะเวลาเก็บกักนานขึ้น ในน้ำหมักที่กรองได้จะมีปริมาณ อินทรีย์สารในรูปซีโอดีและปริมาณกรดอินทรีย์ระเหยเท่ากับ 1,116 มิลลิกรัมต่อลิตร นำน้ำหนักจากถังปฏิกรณ์ที่มีระยะเวลา เก็บกัก 10 วัน มาปรับ pH เป็น 7.0 เพื่อใช้ป้อนเป็นวัตถุดิบ สำหรับขั้นตอนการผลิตก๊าซมีเทน ให้มีอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ลงสู่ถังปฏิกรณ์ต่าง ๆ กันคือ 0.2 0.5 และ 0.8 กรัมมีโอดีต่อวัน และมีระยะเวลาเก็บกัก 2 วัน 5 วัน และ 10 วัน ผลการทดลอง พบว่าเมื่อให้อัตราการป้อนอินทรีย์สารคงที่ แต่เพิ่มระยะเวลาเก็บกัก จาก 2 วัน เป็น 5 วัน และ 10 วัน อัตราการผลิตก๊าซชีวภาพ ประสิทธิภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพ การขจัดอินทรีย์สารในรูปของซีโอดี และการขจัดกรดอินทรีย์ระเหยเพิ่มขึ้น และเมื่อให้ระยะเวลาเก็บกัก คงที่แต่เพิ่มอัตราการป้อนอินทรีย์สารจาก 0.2 เป็น 0.5 และ 0.8 กรัมซีโอดีต่อวัน พบว่าอัตราการผลิตก๊าซชีวภาพจะเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพ ในการผลิตก๊าซชีวภาพค่อนข้างคงที่ การขจัดอินทรีย์สารในรูปซีโอดี และกรดอินทรีย์ระเหยที่อัตราป้อนอันทรีย์สาร 0.5 กรัมซีโอดีต่อวัน ใกล้เคียงกับ 0.8 กรัมซีโอดีต่อวัน แต่สูงกว่าที่ 0.2 กรัมซีโอดีต่อวัน ในการศึกษาต่อมาได้เพิ่มอัตราการป้อนอินทรีย์สารถึง 1.5กรัมซีโอดีต่อวัน สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้สูงสุด 0.528 ลิตรต่อวัน หรือ 0.132 ลิตร ต่อลิตรต่อวัน ที่ระยะเวลาเก็บกัก 5 วัน ประสิทธิภาพในการผลิต ก๊าซชีวภาพเท่ากับ 0.35 ลิตรต่อกรัมซีโอดีที่เติม หรือ 0.45 ลิตร ต่อกรัมซีโอดีที่ถูกทำลายก๊าซที่ได้มีปริมาณก๊าซมีเทนในก๊าซผสม ระหว่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และกาซ๊มีเทนร้อยละ 90.17 และสามารถขจัดอินทรีย์สารในรูปซีโอดีได้ร้อยละ 79.54 การศึกษา ถึงชนิดและปริมาณของสารตัวกลางที่ถูกใช้ไปในขั้นตอนการผลิตก๊าซมีเทน ในถังปฏิกรณ์ผลิตก๊าซมีเทน ที่มีอัตราการป้อนอินทรีย์สาร 0.8 1.0 และ 1.5 กรัมซีโอดีต่อวัน และระยะเวลาเก็บกัก 2 วัน และ 5 วัน พบว่าสารตัวกลางที่ได้จากขั้นตอนแรกและใช้เป็นซับสเตรทสำหรับ ขั้นตอนการผลิตก๊าซมีเทนส่วนใหญ่คือ เอธานอล กรดอซิติก กรดโพรพิออนิก และกรดบิทาริก จะถูกใช้ไปร้อยละ 85-100 นอกจากนี้ได้ศึกษาถึงกิจกรรมของจุลินทรีย์ในการใช้ซับสเตรทต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนก๊าซมีเทน พบว่าจุลินทรีย์จากถึงปฏิกรณ์ทุกถังที่ใช้ศึกษา สามารถให้ปริมาณก๊าซมีเทนเมื่อใช้กรดอะซิติกเข้มข้นร้อยละ 0.1 (โดยปริมาตรต่อปริมาตร) และเปปโตนเข้มข้นร้อยละ 0.1 (โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) สูงกว่าเมื่อใช้เอธานอลเข้มข้นร้อยละ 0.1 (โดยปริมาตรต่อลิตร)และกลูโคสเข้มข้นร้อยละ 0.1 (โดยน้ำหนักต่อปริมาตร) แต่จุลินทรีย์จากถังปฏิกรณ์ผลิตก๊าซมีเทนไม่สามารถใช้กลูโคสเข้มข้นร้อยละ 1.0 หรือใช้ได้น้อยมากในการเปลี่ยนเป็นก๊าซมีเทน ก๊าซที่ใช้ส่วนใหญ่ จะเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

บรรณานุกรม :
สุพรรณี ชาญประเสริฐ . (2536). ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพรรณี ชาญประเสริฐ . 2536. "ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุพรรณี ชาญประเสริฐ . "ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
สุพรรณี ชาญประเสริฐ . ผลของระยะเวลาเก็บกักและอัตราการป้อนอินทรีย์สาร ต่อการหมักกากมะเขือเทศแบบอับอากาศสองขั้นตอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.