| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของครูพลศึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศั้กษาที่มี ต่อพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา |
| นักวิจัย | : | อร่าม เสียนขุนทด |
| คำค้น | : | พฤติกรรมการสอน , ครูพลศึกษา , ความมีน้ำใจนักกีฬา , โรงเรียนมัธยมศึกษา , Teaching behavior , Physical education teachers , Sport spirit , Secondary schools |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=49040 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบ ความคิดเห็นของครูพลศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ที่สามารถส่งเสริมการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา 9 ด้าน คือการรู้แพ้รู้ชนะ การรู้อภัย การเคารพและปัฏิบัติตามกฏกติกา ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ความสามัคคี ความรับผิดชอบ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การยอมรับความสามารถของตนเองและผู้อื่น และเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับ ระดับการปฏิบัติของครูพลศึกษาในการสอนด้านการปลูกฝัง ความมีน้ำใจนักกีฬาทั้ง 9 ด้าน ด้านกลุ่มตัวอย่างที่ใช้คือ ครูพลศึกษา และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่าแบบปลายเปิด และแบบเลือกตอบ พบว่าครูพลศึกษาเห็นว่าพฤติกรรมการสอนพลศึกษาที่สามารถส่งเสริม การปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาสามารถส่งเสริมการปลูกฝัง ความมีน้ำใจนักกีฬาได้ในระดับมาก นักเรียนเห็นว่าระดับการปฏิบัติ ของครูพลศึกษาในการสอนด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา อยู่ในระดับน้อย ครูพลศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี กับครูพลศึกษาที่มีวุฒิปริญญาตรีหรือสูงกว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับ พฤติกรรมการสอนพลศึกษาที่สามารถส่งเสริมการปลูกฝังความมีน้ำใจ นักกีฬาไม่แตกต่างกัน ครูพลศึกษาที่มีประสบการณ์ในการสอนน้อยกว่า 5 ปี กับครูพลศึกษาที่มีประสบการณ์ในการสอน 5 ปีหรือมากกว่า มีความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการสอนพลศึกษาที่สามารถส่งเสริม การปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาไม่แตกต่างกัน ครูพลศึกษาเพศหญิง กับครูพลศึกษาเพศชายมีความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ที่สามารถส่งเสริมการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาไม่แตกต่างกัน ครูพลศึกษาเพศหญิงกับครูพลศึกษเพศชายมีความคิดเห็นเกี่ยวกับ พฤติกรรมการสอนพลศึกษาที่สามารถส่งเสริมการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา ไม่แตกต่างกัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 มีความคิดเห็นเกี่ยวกับระดับการปฏิบัติของครูพลศึกษาในการสอน ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาแตกต่างกัน ครูพลศึกษาเห็นว่าปัญหา ในการสอนพลศึกษาด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา คือครูต้องสอน เน้นเฉพาะทักษะ เนื่องจากจุดประสงค์การเรียนด้านนี้มาก ทำให้ไม่มีเวลาปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา คิดเป็นร้อยละ 76 ครูขาดคู่มือที่แนะนำการสอนพลศึกษาด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา ความเป็นร้อยละ 70 และครูมีความรู้เรื่องการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาน้อย คิดเป็นร้อยละ 27 |
| บรรณานุกรม | : |
อร่าม เสียนขุนทด . (2533). ความคิดเห็นของครูพลศึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศั้กษาที่มี ต่อพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อร่าม เสียนขุนทด . 2533. "ความคิดเห็นของครูพลศึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศั้กษาที่มี ต่อพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อร่าม เสียนขุนทด . "ความคิดเห็นของครูพลศึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศั้กษาที่มี ต่อพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. อร่าม เสียนขุนทด . ความคิดเห็นของครูพลศึกษาและนักเรียนระดับมัธยมศั้กษาที่มี ต่อพฤติกรรมการสอนพลศึกษา ด้านการปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
