| ชื่อเรื่อง | : | ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม |
| นักวิจัย | : | กฤษฎา นันทเพชร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222540000023 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ ประการแรก เพื่อศึกษาถึงทัศนคติของพระสงฆ์ผู้ที่ได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ที่มีต่อบทบาทการพัฒนาสังคมประการที่สอง เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อทัศนคติของพระสงฆ์ ที่ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ประการที่สาม เพื่อศึกษาถึงบทบาทในการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ ของพระสงฆ์ผู้ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรีในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถาม โดยใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบบังเอิญ จากกลุ่มพระสงฆ์ที่เรียนบาลีเปรียญธรรมเก้าประโยค ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ส่วนกลางวัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร และพระนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่งในกรุงเทพมหานคร คือ สภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศ และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ จำนวนตัวอย่าง 185 ตัวอย่าง และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต และค่า F-test ในการศึกษาครั้งนี้มีสมมติฐานว่า พระสงฆ์ที่มีอายุ พรรษา จำนวนปีที่บวช วัตถุประสงค์ในการบวช สถาบันการศึกษา วิชาเอกที่ศึกษา ผู้สนับสนุนหรือให้ทุนในการศึกษา การติดตามข่าวสารจากสื่อโทรทัศน์และสื่อหนังสือพิมพ์ต่างกัน จะมีทัศนคติต่อบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคมแตกต่างกัน จากการศึกษาพบว่า พระสงฆ์ที่เรียนวิชาเอกในมหามกุฎราชวิทยาลัยต่างกัน มีทัศนคติต่อบทบาทในการพัฒนาสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือพระสงฆ์ที่เรียนวิชาเอกสังคมวิทยา มีทัศนคติเห็นด้วยกับบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม สูงกว่าพระสงฆ์ที่เรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ วิชาเอกศาสนา-ปรัชญา และวิชาเอกบาลี-สันสกฤต และยังมีแนวโน้มว่าปัจจัยอื่นๆ เช่น พรรษา สถาบันการศึกษา จำนวนครั้งในการติดตามสื่อโทรทัศน์ จะส่งผลให้พระสงฆ์มีทัศนคติต่อบทบาทในการพัฒนาสังคมบางด้านแตกต่างกันด้วย นอกจากนี้ ในภาพรวมพระสงฆ์ที่ศึกษาส่วนใหญ่รับรู้ปัญหาสังคมด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นและมีความเห็นว่าปัญหาสังคมที่ทุกฝ่ายควรเร่งแก้ไข ได้แก่ ปัญหาศีลธรรมเสื่อมโทรม ปัญหาความยากจนและการว่างงาน และยังเห็นว่าพระสงฆ์ควรมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมด้านต่างๆ เช่น ปัญหาศีลธรรมเสื่อมโทรม ปัญหาศิลปวัฒนธรรมเสื่อมสลาย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหายาเสพติด เป็นต้น อย่างไรก็ดี พระสงฆ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่ชัดเจนในเหตุผลที่ควรเข้าไปมีส่วนร่วมและวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำหรับความเห็นเกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ในอนาคต นอกเหนือจากเผยแผ่ธรรมพระสงฆ์ที่ศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่า บทบาทของพระสงฆ์ในอนาคตควรเป็นบทบาทด้านให้การศึกษาและพัฒนาจิตวิญญาณ ในส่วนของทัศนคติต่อบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาสังคม พระสงฆ์ที่ศึกษาเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการมีบทบาทในการพัฒนาสังคมในภาพรวม และเมื่อพิจารณาบทบาทด้านต่างๆ ก็พบว่าพระสงฆ์ที่ศึกษาเห็นด้วยอย่างยิ่งต่อการมีบทบาทในการพัฒนาสังคมด้านต่างๆ โดยเรียงลำดับการให้ความสำคัญจากบทบาทด้านพัฒนาจิตวิญญาณ บทบาทด้านส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม บทบาทด้านเผยแผ่ธรรม บทบาทด้านให้การศึกษาและบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์ พระสงฆ์ที่ศึกษาได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับปัญหาของสถาบันสงฆ์อันเป็นอุปสรรคต่อบทบาทในการพัฒนาสังคม ตลอดจนได้เสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ได้แก่ ปัญหาองค์กร การบริหารการปกครอง และกฎหมายของสงฆ์ โดยเสนอแนะให้จัดองค์กรใหม่ และแก้ไขกฎหมายสงฆ์ ปัญหาการศึกษาสงฆ์ล้าหลัง โดยเสนอแนะให้ปรับปรุง และจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ ปัญหาบุคลากรสงฆ์ด้อยคุณภาพ โดยเสนอแนะให้มีระบบกลั่นกรองและตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นปัญหารัฐไม่เห็นความสำคัญของสถาบันสงฆ์ โดยเสนอแนะให้รัฐให้ความสำคัญแก่บทบาทของพระสงฆ์โดยสนับสนุนด้านกฎหมาย วิชาการและงบประมาณ และปัญหาขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีโดยเสนอแนะให้จัดตั้งหน่วยงานประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้และข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชนและสื่อมวลชน จากการศึกษาทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. ในเชิงนโยบาย สถาบันสงฆ์ควรยอมรับบทบาทใหม่ๆ โดยระบุเป็นนโยบายและกำหนดไว้อย่างชัดเจน 2. ในเชิงของการปฏิบัติ ควรจัดองค์กร การปกครองการบริหารคณะสงฆ์ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ของสังคมปัจจุบัน และเอื้อต่อการแสดงบทบาทใหม่ๆ ของสถาบันสงฆ์โดยให้มีระบบที่ดูแลรับผิดชอบในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ ได้แก่ ระบบจัดการศึกษาของสงฆ์ ระบบพัฒนาบุคลากรสงฆ์ ระบบจัดสรรบุคลากรสงฆ์เพื่อกิจกรรมเชิงพัฒนา และระบบตรวจสอบและติดตามประเมินผล อันจะเป็นการเอื้อให้พระสงฆ์พัฒนาตนเอง และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมมากขึ้น เป็นการสร้างคุณภาพและอำนวยประโยชน์สุขแก่สังคมสืบต่อไป 3. ในระยะสั้น ควรส่งเสริมให้พระสงฆ์ได้รับรู้ข่าวสาร แสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆนอกจากหลักสูตรการศึกษา และเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมให้มากขึ้น ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาการเรียนการสอนของสงฆ์ โดยเฉพาะการศึกษาภาษาบาลี โดยเพิ่มวิชาพื้นฐานทางสังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ และกฎหมาย เป็นต้น 4. ในทางวิชาการ ควรมีการขยายขอบเขตของการศึกษาให้กว้างออกไป ทั้งในแง่พื้นที่การศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ต่างออกไป รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบ อีกประการหนึ่งตัวชี้วัดทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคมซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในการศึกษาครั้งนี้ ควรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความแม่นตรงและมีความเชื่อถือได้ยิ่งๆ ขึ้นไป |
| บรรณานุกรม | : |
กฤษฎา นันทเพชร . (2540). ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กฤษฎา นันทเพชร . 2540. "ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กฤษฎา นันทเพชร . "ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. กฤษฎา นันทเพชร . ทัศนคติของพระสงฆ์ต่อบทบาทการพัฒนาสังคม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
