ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด
นักวิจัย : ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ
คำค้น : 306 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222538000024
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้ ได้ศึกษาลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เพื่อหาข้อสรุปว่าพระสงฆ์ประเภทใดมีลักษณะจิตเช่นไร และเป็นปริมาณเท่าไรจึงจะมีทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์ฯและมีความมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ ประการที่หนึ่ง เพื่อศึกษาว่าพระสงฆ์นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีความแตกต่างในสาขาวิชาที่เรียน ผลการเรียน การรับข่าวสารการพัฒนาสังคมและแตกต่างกันในลักษณะภูมิหลังคือ อายุ จำนวนพรรษาภูมิลำเนาเดิม และระยะเวลาที่จะอยู่ในสมณเพศต่อไป อาจเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับทัศนคติต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และมีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์ดังกล่าว ประการที่สอง เพื่อศึกษาว่าพระสงฆ์ที่แตกต่างกันในสาขาวิชาที่เรียน ผลการเรียนการรับข่าวสารการพัฒนาสังคมจะมีจิตลักษณะและประสบการณ์3 ประการ คือ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในศูนย์ดังกล่าว การรับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างและประสบการณ์เดิมที่แตกต่างกันเป็นปริมาณมากน้อยเพียงไร ประการที่สามเพื่อศึกษาปริมาณความสัมพันธ์ระหว่างจิตลักษณะ และประสบการณ์ของพระสงฆ์ 3 ประการ กับทัศนคติต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และมีความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วทำงานในศูนย์ดังกล่าว และประการที่สี่ เพื่อหาตัวแปรที่จะทำนายทัศนคติต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดได้มากที่สุด กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ พระสงฆ์นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 และปีที่ 4 ทุกสาขาวิชา ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 แห่ง คือ สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 260 รูป โดยจำแนกออกเป็น 2 กลุ่ม ๆ ละ เท่า ๆ กัน คือ กลุ่มพระสงฆ์นักศึกษาที่เรียนสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดและกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้อง ตัวแปรที่นำมาศึกษาครั้งนี้มี 2 กลุ่ม คือ (1)ลักษณะชีวสังคมและภูมิหลังของพระสงฆ์ ได้แก่ อายุ จำนวนพรรษา สาขาวิชาเรียน ผลการเรียน ภูมิลำเนาเดิม ระยะเวลาที่จะอยู่ในสมณเพศต่อไป และประสบการณ์สอนหนังสือเด็กและเยาวชนวัดได้โดยใช้แบบสอบถามชนิดเติมคำลงในช่องว่างและแบบเลือกคำตอบให้จำนวน 10 ข้อ และตัวแปรการรับข่าวสารการพัฒนาสังคม ใช้แบบวัดเป็นประโยคบอกเล่าให้พระสงฆ์ผู้ตอบตอบรับหรือปฏิเสธ จำนวน 22 ข้อ (2) จิตลักษณะและประสบการณ์ของพระสงฆ์ 5 ประการ คือ ความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์ฯวัดได้โดยใช้แบบวัดความรู้เป็นประโยคบอกเล่า ให้พระสงฆ์ผู้ตอบ ตอบรับหรือปฏิเสธจำนวน 26 ข้อ การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้าง ประสบการณ์เดิมทัศนคติต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด และความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด ตัวแปร 4 ตัวหลัง วัดได้โดยใช้แบบวัดเป็นประโยคประกอบมาตร 6 หน่วย แบบวัดละ 25 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยนี้ได้กระทำหลายวิธีคือ (1) วิเคราะห์ความแปรปรวนหลายทาง (Three-way Analysisof of Variance) (2) วิเคราะห์ด้วยวิธีการแบบ T-test และทำ Scheffe' test ในกรณีที่ค่า F มีนัยสำคัญทางสถิติในระดับที่รับไ/ด้ (3) การวิเคราะห์แบบถดถอยพหุคูณ(Multiple Regression Analysis (4) การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson's CorrelationCoefficients) (5) สถิติพื้นฐาน (Descriptive Statistics)ในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดนี้ได้กระทำทั้งในกลุ่มรวมและกลุ่มย่อย ที่แบ่งตามลักษณะชีวสังคมและภูมิหลังของพระสงฆ์ผู้ตอบ ซึ่งทำให้การเปรียบเทียบผลการวิเคราะห์ระหว่างกลุ่มย่อยต่าง ๆ และการอภิปรายผลการวิจัยชัดเจนขึ้น ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ ประการที่หนึ่ง พบว่าพระสงฆ์นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่รับข่าวสารการพัฒนาสังคมมากมีผลการเรียนดีและเรียนสาขาเกี่ยวข้อง เป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดมากกว่าพระสงฆ์ที่มีลักษณะตรงข้าม พบในกลุ่มพระสงฆ์อายุมากและกลุ่มพระสงฆ์พรรษาน้อยมีทัศนคติที่ดีมากต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดมากกว่าพระสงฆ์ที่มีลักษณะตรงข้ามพบในกลุ่มพระสงฆ์ที่มีภูมิลำเนาเดิมต่างจังหวัดนอกเมืองหรือวัดป่า ประการที่สอง พบว่าพระสงฆ์นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้าง มีผลการเรียนดีภูมิลำเนาเดิมมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เป็นผู้ที่มีทัศนคติที่ดีมากต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดมากกว่าพระสงฆ์ที่มีลักษณะตรงข้าม พบในกลุ่มที่เรียนสาขาไม่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นมากในการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดมากกว่าพระสงฆ์ที่มีลักษณะตรงข้าม พบในกลุ่มรวมและกลุ่มพระสงฆ์ที่มีพรรษามาก ประการที่สาม พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดกับความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์ดังกล่าวมีความสัมพันธ์กัน (r = .48) ในพระสงฆ์ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์ฯ มาก รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างมาก และมีประสบการณ์เดิมมาก มากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติฯ และความมุ่งมั่นฯ (r = .16) ของพระสงฆ์ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์ฯ น้อย รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างน้อยและมีประสบการณ์เดิมน้อย โดยเปรียบเทียบค่าความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติฯ และความมุ่งมั่นฯของพระสงฆ์ใน 2 กลุ่ม พบว่าค่า Z = 2.77 แสดงว่ามีความแตกต่างกันอย่างเชื่อถือได้ที่ระดับ .05 ประการที่สี่ พบว่าตัวแปรชุดที่ 1 คือ พระสงฆ์ที่รับข่าวสารการพัฒนาสังคม ผลการเรียน และพรรษาและตัวแปรชุดที่ 2 คือพระสงฆ์ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์ฯ รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้าง และประสบการณ์เดิม รวมเป็นตัวแปรชุดที่ 3 สามารถทำนายการเกิดทัศนคติฯ ของพระสงฆ์ได้มากกว่าชุดที่ 1 และมากกว่าชุดที่ 2 นอกจากนี้ พบว่าพระสงฆ์ที่มีทัศนคติฯ ที่ดีมากที่สุดและมีความมุ่งมั่นฯ มากที่สุด มักจะเป็นผู้ที่มีผลการเรียนดี รับข่าวสารการพัฒนาสังคมมาก และรับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างมาก ลักษณะดังกล่าวนี้ จะปรากฎเด่นชัดในพระสงฆ์ 4 ประการ คือ (ก) เป็นผู้มีพรรษามากภูมิลำเนาเดิมไม่มีศูนย์ฯ (ข) เป็นผู้ที่เรียนสาขาเกี่ยวข้อง ภูมิลำเนาเดิมมีศูนย์ฯ (ค) เป็นผู้มีพรรษาน้อยรับข่าวสารการพัฒนาสังคมมาก ผลการเรียนดี (ง) เป็นผู้มีอายุน้อยเรียนสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลการเรียนดี ดังนั้นข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติ จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนพระสงฆ์ที่ภูมิลำเนาเดิมมีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดเพื่อให้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์ฯ ได้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้ที่เรียนสาขาเกี่ยวข้องกับการทำงานในศูนย์ฯ และหากเป็นผุ้ที่มีอายุน้อย ก็จะทำให้การดำเนินงานในศูนย์ฯ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับพระสงฆ์ที่มีลักษณะตรงข้าม คือ พระสงฆ์ที่มีทัศนคติฯ ที่ดีน้อย และมีความมุ่งมั่นฯ น้อย มักจะเป็นผู้ที่มีผลการเรียนไม่ดี ได้รับข่าวสารการพัฒนาสังคมน้อย มีความรู้ความเข้าใจเรื่องศูนย์ฯน้อย รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างน้อย และมีประสบการณ์เดิมน้อย ควรได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ ด้วยการให้ความรู้เรื่องศูนย์ฯ ให้มากขึ้น ส่งเสริมให้เป็นผู้ที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ และให้รับรู้การสนับสนุนจากบุคคลรอบข้างให้มากขึ้นเพื่อจะได้มีทัศนคติที่ดีต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์ฯ และมีความมุ่งมั่นในเรื่องดังกล่าวให้มากขึ้นด้วย อันจะส่งผลให้พระสงฆ์เหล่านี้เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำงานในศูนย์ฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรจะเป็นศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้แพร่หลายและกว้างขวางออกไปทั่วประเทศ

บรรณานุกรม :
ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ . (2538). ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ . 2538. "ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ . "ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
ปิยฉัตร กลิ่นสุวรรณ . ลักษณะจิตสังคมของพระสงฆ์ที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทำงานในศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.