ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน
นักวิจัย : แสงเทียน อัจจิมางกูร
คำค้น : 265 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222537000047
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ (1) รูปแบบและระดับการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียน ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน และเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมฯระหว่างโรงเรียนที่ได้รับรางวัลกับที่ไม่ได้รับรางวัล(2) ปัจจัยที่คาดว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน ได้แก่ การได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน การรับรู้ข่าวสารด้านการประมง การคาดหวังผลประโยชน์ที่ได้รับ ความรู้ในโครงการประมงโรงเรียนและความเข้าใจในโครงการประมงโรงเรียน ผู้ศึกษารวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างจำนวน365 คน ประกอบด้วยคณะกรรมการประมงโรงเรียน (46 คน) ชุมชนในโรงเรียน (126 คน) และชุมชนในหมู่บ้าน (193 คน) จากโรงเรียนที่ได้รับรางวัล โรงเรียนบ้านเลิงถ่อน-โนนสมบูรณ์หมู่ที่ 4 บ้านเลิงถ่อน-โนนสมบูรณ์ และโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัล โรงเรียนบ้านหนองหญ้าไซ หมู่ที่ 1 บ้านหนองหญ้าไซตำบลหนองหญ้าไซ อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ศึกษาใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่ามัชฌมเลขคณิต ค่าพิสัย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเพื่อสรุปลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง รูปแบบ และระดับการมีส่วนร่วมฯ ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน และใช้สถิติอนุมาน ได้แก่ t-test เพื่อเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน ระหว่างโรงเรียนที่ได้รับรางวัลกับโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัล และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน (Pearson's Product MomentCorrelation Coefficient : r) เพื่อวิเคราะห์ระดับความสัมพันธ์และทิศทางระหว่างปัจจัยที่คาดว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมฯ กับระดับการมีส่วนร่วมฯ ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน ลักษณะทั่วไปของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนในโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นชายมากกว่าหญิง และเป็นผู้ที่กำลังศึกษา ชุมชนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นหญิงมากกว่าชาย และจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 คณะกรรมการประมงโรงเรียนมีอายุเฉลี่ย (18 ปี) น้อยกว่าชุมชนในโรงเรียน (24 ปี) และชุมชนในหมู่บ้าน (30 ปี) รูปแบบการมีส่วนร่วมฯ ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนส่วนใหญ่ (มากกว่าร้อยละ 80) ของคณะกรรมการฯ มีส่วนร่วมในการวางแผน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานและมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการประเมินผลมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ของชุมชนในโรงเรียนและชุมชนในหมู่บ้าน(มากกว่าร้อยละ 90) มีส่วนร่วมในการดำเนินงานและมีส่วนร่วมในการับประโยชน์ ส่วนผู้ที่มีส่วนร่วมในการวางแผนและในการประเมินผลมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ (มากกว่าร้อยละ 95) ของคณะกรรมการฯ มีส่วนร่วมดำเนินงานทั้ง 7 กิจกรรมหลัก ซึ่งแตกต่างจากชุมชนในโรงเรียนที่ส่วนใหญ่ (มากกว่าร้อยละ 84) มีส่วนร่วมเฉพาะในการจัดเตรียมบ่อก่อนปล่อยพันธุ์ปลา การจัดสรรผลประโยชน์ กิจกรรมต่อเนื่องบริเวณบ่อปลา และส่วนชุมชนในหมู่บ้านเกินกว่าครึ่งหนึ่ง (มากกว่าร้อยละ 55) มีส่วนร่วมในการจัดสรรผลประโยชน์ และต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง (น้อยกว่าร้อยละ 40) ไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทั้ง 6 เลย ระดับการมีส่วนร่วมฯ ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการฯ และชุมชนในโรงเรียน มีส่วนร่วมระดับปานกลาง และมีส่วนร่วมในการดำเนินงานมากที่สุด เกือบครึ่งหนึ่งของชุมชนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมระดับต่ำ และไม่มีส่วนร่วมในการประเมินผลเลย เมื่อเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมฯ ระหว่างโรงเรียนที่ได้รับรางวัลกับโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัล พบว่า (1)ภาพรวมของโรงเรียนที่ได้รับรางวัลมีระดับการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน และมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์ รวมทั้งกิจกรรมหลัก ได้แก่ การจัดเตรียมบ่อก่อนปล่อยพันธุ์ปลาการเพิ่มผลผลิต และการจัดสรรผลประโยชน์ แตกต่างจากโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p 0.05) (2)แต่ละกลุ่ม ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนในหมู่บ้านของโรงเรียนที่ได้รับรางวัลแตกต่างกับโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กิจกรรมหลักของคณะกรรมการฯ ของโรงเรียนที่ได้รับรางวัลมีความแตกต่างจากโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัลในกิจกรรมการจัดเตรียมบ่อก่อนปล่อยพันธุ์ปลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p 0.05) ระดับการมีส่วนร่วมฯ ของชุมชนในโรงเรียนที่ได้รับรางวัลแตกต่างจากโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัลในกิจกรรมการเพิ่มผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(p 0.05) ส่วนระดับการมีส่วนร่วมฯ ของชุมชนในหมู่บ้านของโรงเรียนที่ได้รับรางวัลมีความแตกต่างจากโรงเรียนที่ไม่ได้รับรางวัลในกิจกรรมต่อเนื่องบริเวณบ่อปลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p 0.05) ปัจจัยที่คาดว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วม การได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนในระดับปานกลาง(r = 0.5635) การรับรู้ข่าวสารด้านการประมง เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน ในระดับปานกลาง (r = 0.4125) การคาดหวังผลประโยชน์ที่ได้รับ เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน ในระดับปานกลาง (r = 0.3990) ความรู้ในโครงการประมงโรงเรียน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียน ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนในระดับต่ำ (r = 0.2322) ความเข้าใจในโครงการประมงโรงเรียน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียน ของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชนในระดับต่ำ (r = 0.1554) เหตุผลการ "เข้าร่วม" "ไม่เข้าร่วม" ในโครงการฯ เหตุผลการเข้าร่วมของคณะกรรมการฯ คือ เป็นหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งแตกต่างจากเหตุผลของชุมชนในโรงเรียนและชุมชนในหมู่บ้าน คือ ครูสั่งการและเพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการฯส่วนเหตุผลการไม่เข้าร่วมของคณะกรรมการฯ และชุมชนในโรงเรียนคือ ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบและไม่มีเวลา ซึ่งแตกต่างจากเหตุผลของชุมชนในหมู่บ้าน คือ ไม่มีเวลา ไม่มีลูกหลานเรียนในโรงเรียน และไม่เข้าใจโครงการฯ ข้อเสนอแนะ ผู้ศึกษามีความเห็นดังนี้ 1. เจ้าหน้าที่ของกรมประมง ควรจัดอบรมให้ความรู้แก่คณะกรรมการประมงโรงเรียน โดยการเน้นความรู้ (Re-Orientation)ด้านการเพิ่มผลผลิต การจัดการบริหารแหล่งน้ำและด้านโรคปลาและเสริมสร้างความเข้าใจในโครงการฯ วัตถุประสงค์โครงการฯหลักการและอุดมการณ์ของงานด้านการพัฒนาที่เน้นการพึ่งตนเองของชุมชน นอกจากนั้นควรสรุปประเด็นปัญหาการดำเนินงาน โดยการพูดคุยและการปฏิบัติร่วมกับคณะกรรมการฯ ทั้งควรให้บริการข่าวสาร และควรพาคณะกรรมการฯ ไปดูงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 2. ควรสร้างผู้นำด้านการประมง (Core Group) ให้เกิดขึ้นทั้งในโรงเรียนและชุมชนการผลักดันให้กลุ่มต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ ตัดสินใจร่วมดำเนินการ และร่วมวิเคราะห์ปัญหาเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งเสริมสร้างคุณภาพของประชากรในชุมชนนั้นได้อย่างแท้จริง การเสริมสร้างความเข้าใจในโครงการประมงโรงเรียนให้แก่ผู้บริหารโรงเรียน โดยการจัดสัมมนากลุ่มผู้บริหารโรงเรียนโรงเรียนละ 1 คน และผู้นำชุมชนที่ชาวบ้านพิจารณาคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของชาวบ้าน 1 คน จำนวน 25 โรงเรียนต่อรุ่นเนื้อหาสัมมนา คือ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์โครงการฯ 3. ควรสร้างข้อมูลข่าวสารด้านการประมง โดยจัดตั้งโรงเรียนให้เป็นศูนย์กลางข่าวสาร และเป็นจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานเพื่อสอดประสานระหว่าง "เจ้าหน้าที่ของกรมประมง"กับ "โรงเรียน" และส่งผลต่อ "ชุมชน" คือ เมื่อได้ผู้นำของโรงเรียนและชุมชน และคณะกรรมการฯ ที่มีความรู้ความเข้าใจโครงการฯ เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกับกลุ่มนำการเปลี่ยนแปลงร่วมกันจัดตั้งศูนย์กลางความรู้ โดยนำประเด็นปัญหามาสรุปและตั้งคำถาม เพื่อการวิเคราะห์และนำเอาข้อมูลที่กลุ่มต่าง ๆ พูดเชื่อมโยงให้เป็นระบบ ทั้งในรูปแบบของการปรึกษาหารือ การพูดคุยกับกลุ่มต่าง ๆ โดยนำเอาความรู้ที่ได้มาจากการสัมมนา การฝึกอบรม และการไปดูงานของผู้นำ คณะกรรมการฯ ผู้นำหมู่บ้าน (ธรรมชาติ) ส่งต่อไปยังกลุ่มเป้าหมาย

บรรณานุกรม :
แสงเทียน อัจจิมางกูร . (2537). การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แสงเทียน อัจจิมางกูร . 2537. "การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
แสงเทียน อัจจิมางกูร . "การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
แสงเทียน อัจจิมางกูร . การมีส่วนร่วมในโครงการประมงโรงเรียนของคณะกรรมการประมงโรงเรียนและชุมชน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.