| ชื่อเรื่อง | : | การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช |
| นักวิจัย | : | ชาตรี วงศ์มาสา |
| คำค้น | : | 188 P. |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222537000008 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การมีภาวะเป็นสถาบันเป็นแนวคิดทางสังคมวิทยาที่พยายามและอธิบายการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม โดยเห็นว่าสังคมจะเกิดความเป็นปึกแผ่นและอยู่รอดต่อไปได้นั้น ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มคนในสังคมได้ให้การยอมรับในระเบียบแบบแผนของสังคมหรือไม่ และมีการถือปฏิบัติตามในระเบียบแบบแผนของสังคมเพียงใด ผู้วิจัยได้ถือแนวคิดนี้เป็นแนวคิดหลักในการศึกษาองค์การปฏิบัติงาน โดยเลือกทำการศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เนื่องจากเป็นองค์การใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านของโครงสร้างของงานและระเบียบแบบแผนในการทำงานอย่างรวดเร็ว อันน่าจะมีผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดของข้าราชการที่ปฏิบัติงานภายในมหาวิทยาลัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ ในการสร้างกรอบแนวคิดในการศึกษา "การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช" ผู้วิจัยได้สร้างกรอบแนวคิดโดยอาศัยตัวแปรความพอใจในงานเป็นตัวชี้วัดการมีภาวะเป็นสถาบัน กล่าวคือ หากบุคคลมีความพอใจในงานแล้วย่อมคาดการณ์ได้ว่า บุคคลจะยังคงรักษาความเป็นสมาชิกขององค์การและมีการปฏิบัติงานในองค์การต่อไป ซึ่งก็คือได้เกิดภาวะการเป็นกลุ่มอย่างเหนียวแน่นในองค์การ และภาวะการเป็นกลุ่มเช่นนี้ย่อมสะท้อนได้ว่า ได้เกิดลักษณะการมีภาวะเป็นสถาบันนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ วัตถุประสงค์สำคัญของการศึกษาวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นที่ (1) ศึกษาทัศนคคิของข้าราชการที่มีงานภายในมหาวิทยาลัย (2) ศึกษาบรรยากาศองค์การหรือสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยกับทัศนคติของข้าราชการที่มีต่องาน นั่นคือ ตัวแปรที่สำคัญที่ได้รับการศึกษา จะประกอบด้วยตัวแปรความพอใจในงานและตัวแปรสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลทางด้านความคิดเห็นจากข้าราชการอาจารย์ภายในมหาวิทยาลัยจำนวน 100 ราย โดยตัวแปรแต่ละตัวได้เก็บรวบรวมข้อมูลในมิติที่สำคัญ ดังนี้ ตัวแปรความพอใจในงานเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวน 5 มิติ ได้แก่ลักษณะงาน การบริหาร ความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน สิ่งตอบแทนที่เป็นวัตถุ และสิ่งตอบแทนที่ไม่ใช่วัตถุส่วนตัวแปรสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 8 มิติ ได้แก่ เป้าหมายของมหาวิทยาลัย โครงสร้างของการทำงาน ความรับผิดชอบต่องานความเป็นอิสระในการทำงาน ความอบอุ่นและการสนับสนุน การพัฒนาและความก้าวหน้า การยอมรับความขัดแย้ง และความรู้สึกผูกพัน ผลการศึกษาพบว่า 1. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเกิดลักษณะ "การมีภาวะเป็นสถาบัน" ในระดับสูง โดยพิจารณาได้จากข้าราชการภายในมหาวิทยาลัยมีความพอใจในงานระดับสูงทุก ๆ ด้านที่ทำการศึกษา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาแยกตามมิติของความพอใจในงาน พบว่า ข้าราชการภายในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชจะมีความพึงพอใจในงานด้าน "ลักษณะงาน" สูงสุดและมีความพอใจในงานด้าน "ความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน" ต่ำสุด 2. สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัย โดยพิจารณาได้จากสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงระดับความพอใจในงานของข้าราชการได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติณ ระดับอัลฟา เท่ากับ 0.05 กล่าวคือ หากข้าราชการในมหาวิทยาลัยมีการรับรู้ต่อสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยในทางที่ดี ย่อมทำให้ข้าราชการภายในมหาวิทยาลัยมีความพอใจในงานระดับสูง และในทางตรงข้าม ถ้าหากข้าราชการภายในมหาวิทยาลัยมีการรับรู้ต่อสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยในลักษณะที่คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ย่อมทำให้ข้าราชการภายในมหาวิทยาลัยปฏิบัติงานด้วยความเบื่อหน่ายและอาจขาดความร่วมมือร่วมใจปฏิบัติงานในขอบเขตของงานที่รับผิดชอบได้ 3. มิติย่อยของสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน กล่าวคือสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยเป็นตัวแปรที่ประกอบด้วยหลายมิติ และในแต่ละมิติมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความพอใจในงานไม่เท่ากัน โดยมิติที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความพอใจในงานของข้าราชการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ณ ระดับอัลฟา 0.05 คือ ด้านความอบอุ่นและการสนับสนุนด้านความรู้สึกผูกพันต่อมหาวิทยาลัย และด้านโครงสร้างของการทำงาน ส่วนด้านอื่น ๆ ของตัวแปรสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยที่นอกเหนือจากนี้ มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงระดับความพอใจในงานของข้าราชการอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติณ ระดับอัลฟา 0.05 ดังนั้น ข้อค้นพบทางสมมติฐานจากการศึกษาวิจัยนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อให้เอื้ออำนวยหรือเป็นเหตุจูงใจให้ข้าราชการเกิดความร่วมมือร่วมใจในการทำงานได้ กล่าวคือ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ควรให้ความสนใจหรือเน้นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยในด้านที่เหลืออีก 5 ด้าน เป็นสำคัญ ได้แก่ ด้านการพัฒนาและความก้าวหน้า ด้านความเป็นอิสระในการทำงาน ด้านความรับผิดชอบต่องาน ด้านเป้าหมายของมหาวิทยาลัยและด้านการยอมรับความขัดแย้ง |
| บรรณานุกรม | : |
ชาตรี วงศ์มาสา . (2537). การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชาตรี วงศ์มาสา . 2537. "การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชาตรี วงศ์มาสา . "การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. ชาตรี วงศ์มาสา . การมีภาวะเป็นสถาบันของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
