ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา
นักวิจัย : อุดม ทุมโฆสิต
คำค้น : 550 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2536
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222536000034
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปัญหาความยากจนในชนบท เป็นปัญหาสำคัญที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา นโยบายแก้ปัญหาความยากจนของรัฐยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทั้งนี้เพราะความรู้ความเข้าใจในลักษณะปัญหายังอยู่ในขอบเขตที่จำกัดทำให้ไม่สามารถระบุและวินิจฉัยวิธีการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพออกมาได้ การวิจัยนี้ มุ่งแสวงหาองค์ความรู้เพื่อให้อธิบายลักษณะและสาเหตุความยากจนของครอบครัวชนบท โดยหวังว่าองค์ความรู้ที่ค้นหาได้ดังกล่าว จะช่วยอำนวยประโยชน์ในการระบุและวินิจฉัยปัญหา ตลอดจนเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาด้านนี้ของประเทศให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้านวิธีการศึกษา ผู้วิจัยได้ใช้ทั้งวิธีเชิงเอกสารวิธีเชิงคุณภาพและวิธีเชิงปริมาณอย่างเป็นขั้นตอน ขั้นตอนแรกเริ่มจากวิธีการวิจัยเชิงเอกสารเพื่อประมวลกรอบความรู้และกรอบความคิดเกี่ยวกับความยากจนทั้งหมด พร้อมทั้งได้กำหนดสมมติฐานในการวิจัยขึ้นเท่าที่ข้อมูลจะอำนวยให้ได้เมื่อได้ข้อมูลเชิงเอกสารอย่างเพียงพอแล้ว ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาเชิงคุณภาพเป็นเวลา 4 เดือนใน 2 หมู่บ้าน จำนวน12 ครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ได้ข้อมูลในภาคสนามมาประกอบกับข้อมูลทางเอกสาร เพื่อพัฒนาดัชนีในการวัดและหากรอบตัวแปรที่สอดคล้องกับพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อได้ข้อมูลและกรอบตัวแปรอย่างเพียงพอแล้วผู้วิจัยได้ทำการปรับปรุงสมมติฐานในการวิจัยให้ดีขึ้นแล้วนำไปทำการพิสูจน์ในเชิงปริมาณ โดยทำการทดสอบกับครอบครัวตัวอย่างจำนวน 437 ครอบครัว ทุกครอบครัวได้มาจากการกระจายสุ่ม ส่วนการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณนี้ ผู้วิจัยใช้วิธีสัมภาษณ์และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัยเทคนิคการวิเคราะห์ปัจจัย และเทคนิคการวิเคราะห์เส้นทาง ผลการศึกษา พบว่า 1) ลักษณะความยากจนในปัจจุบันของครอบครัวชนบท จังหวัดสงขลา สามารถวัดได้โดยดัชนีความขาดแคลนในปัจจุบัน (ณ วันที่สัมภาษณ์) จำนวน 67 ดัชนีซึ่งรวมกันขึ้นเป็นตัวแปร 9 ตัว คือ (1) ภาวะความขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม (2) ภาวะความขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มน้ำใช้ พลังงานและของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพประจำวัน(3) ภาวะความขาดแคลนที่อยู่อาศัยและองค์ประกอบที่จำเป็นภายในบ้าน (4) ภาวะความขาดแคลนความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ (5) ภาวะความขาดแคลนบริการด้านสุขภาพอนามัย(6) ภาวะความขาดแคลนความมั่นคงในอาชีพและความปลอดภัยในการทำงาน (7) มีลักษณะด้อยทางสังคมวัฒนธรรม(8) ภาวะความขาดแคลนปัจจัยจำเป็นในการผลิตในปีปัจจุบัน(9) มีภาวะหนี้สินที่ก่อขึ้นจากการประกอบอาชีพในปีปัจจุบัน ตัวแปรทั้ง 9 ตัว สามารถรวมกันได้เป็นปัจจัย 2ปัจจัย คือ ปัจจัยความจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพซึ่งประกอบด้วยตัวแปรที่หนึ่งถึงตัวแปรที่เจ็ด (มีน้ำหนักการอธิบายความยากจนร้อยละ 39.7) และความจำเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ ซึ่งประกอบด้วยตัวแปรที่เจ็ดถึงตัวแปรที่เก้า (มีน้ำหนักการอธิบายความยากจนร้อยละ 14.4) ทั้งสองปัจจัยมีน้ำหนักการอธิบายรวมกันร้อยละ 54.2 ค่าการอธิบายร้อยละ 54.2 นี้ถือเป็นลักษณะร่วมกันของครอบครัวยากจนชนบท จังหวัดสงขลา ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ45.8 คาดว่า ส่วนใหญ่เป็นปัจจัยเฉพาะของแต่ละครอบครัวหรือแต่ละพื้นที่ ซึ่งการวิจัยนี้ยังไม่สามารถเจาะเข้าถึงได้ทั้งหมด 2) พบว่า สาเหตุของความยากจน ขึ้นกับตัวแปรหลายตัวเฉพาะตัวที่พบว่าสำคัญมาก 10 ลำดับแรก มีดังนี้(1) พื้นฐานการศึกษาของผู้มีรายได้ในครอบครัว (2) รายได้สุทธิจากการประกอบอาชีพในปีที่ผ่านมา (3) ความมั่งคั่งดั้งเดิมของครอบครัว (4) อายุเฉลี่ยของผู้มีรายได้ในครอบครัว (5) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในรอบปีที่ผ่านมา (6) หนี้ตกทอดมาจากปีก่อน (7) จำนวนผู้มีรายได้ในครอบครัว (8) จำนวนพื้นที่ที่ทำกินของตัวเองใน 5 ปีที่ผ่านมา (9) จำนวนสมาชิกในครอบครัวในปีที่ผ่านมา(10) ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในปีที่ผ่านมา โดยตัวแปรทั้ง 10 ตัวดังกล่าว ร่วมกันอธิบายความยากจนได้ร้อยละ 33.9 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 66.1 นั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใดแน่ ซึ่งน่าจะได้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้กันต่อไปอีก ข้อเสนอแนะ ลักษณะทางองค์ประกอบ (Ingredient)ของความยากจนที่ค้นพบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้โดยตรงต่อการวินิจฉัยปัญหา ตลอดจนการระบุและนับจำนวนครอบครัวยากจนในชนบท นอกจากนั้น การค้นพบปัจจัยสาเหตุของความยากจนจะเกิดประโยชน์ต่อการจัดลำดับความสำคัญของโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศอีกด้วย ฉะนั้น ผู้วิจัยจึงเสนอว่า 1) ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณานำองค์ความรู้นี้ไปใช้ เพื่อวินิจฉัย ระบุ และนับจำนวนครอบครัวยากจนออกมาให้ได้และขึ้นบัญชีครอบครัวยากจนเหลานี้ไว้ เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาต่อไป 2) ให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนในชนบทอย่างจริงจัง โดยในระยะสั้นให้มุ่งแก้ไขเพื่อบรรเทาอาการความขาดแคลนสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพเฉพาะหน้าไปพลางก่อนส่วนระยะยาวให้มุ่งแก้ไขที่สาเหตุของความยากจน อันเป็นการแก้ไขโดยมุ่งถอนรากถอนโคนของรากเหง้าแห่งความยากจนให้หมดสิ้นไป ส่วนในด้านวิชาการ เนื่องจากการศึกษาครั้งนี้ยังเป็นเพียงขั้นเริ่มต้น จึงยังคงสามารถอธิบายลักษณะความยากจนได้เพียงร้อยละ 54.2 และอธิบายสาเหตุของความยากจนได้เพียงร้อยละ 33.9 ดังนั้นผู้วิจัยจึงเสนอว่าควรจะได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ต่อไปอีกอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลควรให้การสนับสนุนทางการเงินด้วย

บรรณานุกรม :
อุดม ทุมโฆสิต . (2536). ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุดม ทุมโฆสิต . 2536. "ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุดม ทุมโฆสิต . "ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2536. Print.
อุดม ทุมโฆสิต . ลักษณะและสาเหตุของปัญหาความยากจนของครอบครัวชนบท :กรณีจังหวัดสงขลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2536.