ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ
นักวิจัย : กริช อัมโภชน์
คำค้น : 297 P.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2511
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1222511000007
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ ศึกษาหลักการและวิธีปฏิบัติรวมทั้งการประสานงานเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งหน่วยงานทั้งสองมีหน้าที่รับผิดชอบประการหนึ่ง และผลประโยชน์ทางด้านเอกชนผู้เกี่ยวข้องในการนำสินค้าเข้า ที่จะได้รับจากหน่วยงานทั้งสองฝ่ายในลักษณะของความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดและความเป็นธรรม เป็นหลักเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาอีกประการหนึ่ง จากผลการศึกษาปรากฎว่าความสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานหรือการบริหารงานเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นความสัมพันธ์ที่มีผลกระทบกระเทือนต่อการบริหารงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของแต่ละองค์การ หรือรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ดังนั้นเพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยกรรมวิธีในการประสานงานให้ถูกต้อง ซึ่งผู้เขียนก็ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ คือ 1. ในการปฏิบัติงานในสายที่หน่วยงานทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันอยู่เสมอ แต่ละหน่วยงานต้องไม่เพ่งเล็งถึงผลของการปฏิบัติงานภายในสายงานของตนแต่ประการเดียวควรคำนึงถึงผลกระทบกระเทือนอันอาจเกิดขึ้นกับการปฏิบัติงานของอีกหน่วยหนึ่งด้วย 2. ทั้งกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ควรกำหนดวัตถุประสงค์หรือแนวนโยบายในการบริหารงานเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้าในส่วนหน่วยงานทั้งสองร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป 3. ทั้งกรมศุลกากรและการท่าเรือฯ ควรจะดำเนินการให้พนักงานที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันขององค์การทั้งสอง ได้มีความรู้ความเข้าใจวิธีการปฏิบัติงานของอีกองค์การหนึ่งนอกเหนือจากวิธีปฏิบัติงานในองค์การของตน 4. ควรสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานของทั้งสององค์การ โดยอาจประชุมซ้อมความเข้าใจในการปฏิบัติงานร่วมกัน หรือโดยการพบปะสังสรรค์กันเป็นการส่วนตัว ฯลฯ 5. ปัญหาอันเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ควรจะร่วมมือกันแก้ไขโดยเร็ว 6. บรรดาเอกสารที่หน่วยงานทั้งสองจะต้องใช้ร่วมกันควรร่วมกันพิจารณาและกำหนดให้มีขึ้นในลักษณะที่จะอำนวยความสะดวกรวดเร็วแก่การปฏิบัติงานของทั้งสองฝ่าย 7. คำสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับ ซึ่งออกโดยแต่ละฝ่ายนอกจากจะแจ้งให้หน่วยงานภายในทราบแล้ว ควรแจ้งไปยังหน่วยงานของอีกฝ่ายหนึ่งทราบด้วย 8. ควรจัดทำหนังสือคู่มือพิธีการทางศุลกากร และพิธีการของการท่าเรือฯ เกี่ยวกับการนำสินค้าเข้าทางเรือ ณท่าเรือกรุงเทพฯ ขึ้น 9. เจ้าหน้าที่ประสานงานระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือฯ และคณะกรรมการอื่น ๆ เกี่ยวกับการนำสินค้าเข้าควรจะมีอำนาจหน้าที่กว้างขวางพอที่จะดำเนินการหรือแก้ปัญหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ 10. องค์การทั้งสองควรมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเรือสินค้าต่างประเทศ ตัวแทนบริษัท เจ้าของสินค้าและผู้ออกของ

บรรณานุกรม :
กริช อัมโภชน์ . (2511). ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กริช อัมโภชน์ . 2511. "ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กริช อัมโภชน์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2511. Print.
กริช อัมโภชน์ . ความสัมพันธ์ระหว่างกรมศุลกากรและการท่าเรือแห่งประเทศไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีการนำสินค้าเข้า ณ ท่าเรือกรุงเทพฯ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2511.