| ชื่อเรื่อง | : | เปรียบเทียบศักยภาพการก่อกลายพันธุ์และความเป็นไปได้ในการต้านการก่อกลายพันธุ์ ระหว่างสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการแปรรูปและที่ไม่ผ่านการแปรรูป |
| นักวิจัย | : | กุลนาถ ทองขาว |
| คำค้น | : | MUTAGENIC , ANTIMUTAGENIC , PROCESS , SEAWEED , GRACILARIA , AMES TEST , AFLATOXIN B1 , NITRITE , 1-AMINOPYRENE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=47069 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์และความสามารถในการต้านการกลายพันธุ์ของสาหร่าย สีแดง 2 ชนิดคือ ~iGracilaria fisheri~i และ ~iGracilaria tenuistipitata var.liui~i มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติดังกล่าวในตัวอย่างสาหร่ายที่ผ่านกระบวนการ แปรรูปและไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป ทั้งนี้เนื่องจากสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i เป็น สาหร่ายที่นิยมบริโภคในท้องถิ่นทางภาคใต้ของประเทศไทย พบมากในบริเวณอ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี ชื่อเรียกทางท้องถิ่นได้แก่ สาย, สายผมนาง, สาหร่ายผมนาง เป็นต้น นิยมนำไปประกอบอาหารประเภทยำเรียกยำสาหร่ายที่ได้จากการนำสาหร่ายสดมาตากแห้ง, ล้างน้ำและตากแดดจนกระทั่งสาหร่ายมีสีขาวครีม และมีการบริโภคในรูปสาหร่ายสดที่ต้ม ในน้ำร้อนจนนิ่ม กินเป็นผักลวกกับน้ำพริก นำสาหร่ายแต่ละชนิดมาสกัดด้วย เมทานอลและปิโตรเลียมอีเทอร์ในอัตราส่วน 2:1 โดยปริมาตร แล้วมาทดสอบฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์และต้านการก่อกลายพันธุ์ต่อสารก่อกลายพันธุ์ มาตรฐานชนิดไม่ต้องอาศัยเอนไซม์กระตุ้นคือ ไนโตรอะมิโนพัยรีนและชนิดที่ต้องอาศัย เอนไซม์กระตุ้นคือ อฟลาทอกซินบี 1 โดยเปรียบเทียบระหว่างสาหร่ายผมนางที่ผ่านการ แปรรูป และที่ไม่ผ่านการแปรรูป ในสภาวะการทดสอบแบบเดียวกันคือเอมส์เทสต์ โดยแยก พิจารณาแต่ละสายพันธุ์สาหร่าย พบว่าแนวโน้มในการลดฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์แตกต่างกัน ในสองสายพันธุ์ที่ศึกษาคือ ตัวอย่างที่ผ่านการต้มของ ~iG.fisheri~i และตัวอย่างที่ ผ่านการตากแดดจนขาวของ ~iG.tenuistipitata var.liui~i แสดงฤทธิ์ดีที่สุดในการต้าน การก่อกลายพันธุ์ต่อสารก่อกลายพันธุ์มาตรฐานทั้งสองชนิดในแบคทีเรีย ~iSalmonella typhimurium~i สายพันธุ์ 98 และ 100 สรุปได้ว่าส่วนสกัดของสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการนำไปต้มและการ ตากแดดจนขาวมีแนวโน้มที่จะแสดงฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ได้สูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบ ที่ความเข้มข้นเท่ากัน หากพิจารณาจากค่าปริมาณที่สกัดได้เทียบกับปริมาณตั้งต้น (%yield) พบว่าปริมาณสารสำคัญที่ถูกสกัดได้ลดลงเมื่อเทียบกับตัวอย่างที่ไม่ผ่านการ แปรรูป แต่อย่างไรก็ตามทุกตัวอย่างไม่แสดงฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์และสามารถยับยั้งฤทธิ์ ก่อกลายพันธุ์ในการศึกษาด้วยเอมส์เทสต์ |
| บรรณานุกรม | : |
กุลนาถ ทองขาว . (2545). เปรียบเทียบศักยภาพการก่อกลายพันธุ์และความเป็นไปได้ในการต้านการก่อกลายพันธุ์ ระหว่างสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการแปรรูปและที่ไม่ผ่านการแปรรูป.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กุลนาถ ทองขาว . 2545. "เปรียบเทียบศักยภาพการก่อกลายพันธุ์และความเป็นไปได้ในการต้านการก่อกลายพันธุ์ ระหว่างสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการแปรรูปและที่ไม่ผ่านการแปรรูป".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กุลนาถ ทองขาว . "เปรียบเทียบศักยภาพการก่อกลายพันธุ์และความเป็นไปได้ในการต้านการก่อกลายพันธุ์ ระหว่างสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการแปรรูปและที่ไม่ผ่านการแปรรูป."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. กุลนาถ ทองขาว . เปรียบเทียบศักยภาพการก่อกลายพันธุ์และความเป็นไปได้ในการต้านการก่อกลายพันธุ์ ระหว่างสาหร่าย ~iGracilaria sp.~i ที่ผ่านการแปรรูปและที่ไม่ผ่านการแปรรูป. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
