ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ
นักวิจัย : จันทกานต์ ก๊วยสมบูรณ์
คำค้น : RUBBER BLENDS , OIL RESISTANCE , THERMAL AGEING PROPERTIES , PHASE MORPHOLOGY
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=47026
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติเชิงกล การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพโดยความร้อน และโครงสร้างสัณฐานในยางคู่ผสมระหว่างยาง พอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการควบคุมโครงสร้าง สัณฐาน ได้แก่ สัดส่วนของยางคู่ผสม เงื่อนไขที่ใช้ในการผสม สารช่วยผสมและสารป้องกัน การเสื่อมสภาพ โดยในการศึกษาประกอบด้วยสี่ส่วนหลักดังนี้ ในส่วนแรก ศึกษาผลของสัดส่วน ของยางคู่ผสมที่มีต่อสมบัติต่างๆ และโครงสร้างสัณฐานของยางคู่ผสม พบว่าในยางผสม ที่มีปริมาณยางธรรมชาติสูงถึงร้อยละห้าสิบโดยน้ำหนัก จะมีคุณสมบัติเชิงกล การทนต่อ ความร้อนและทนต่อน้ำมันใกล้เคียงกับยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตเนื่องจากผลของโครงสร้าง สัณฐาน โดยที่วัฏภาคของยางธรรมชาติกระจายตัวอยู่ในยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตที่เป็น วัฏภาคหลัก ในการศึกษาส่วนที่สอง เป็นการศึกษาอิทธิพลของเงื่อนไขที่ใช้ในการผสมได้แก่ เวลา ความเร็วของโรเตอร์ และอุณหภูมิที่ใช้ในการผสมที่มีต่อโครงสร้างสัณฐานและ สมบัติของยางคู่ผสม จากการศึกษาพบว่าค่าการทนน้ำมันและความร้อนให้ค่าที่สอดคล้อง กับผลของโครงสร้างสัณฐาน ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าค่าการทนต่อน้ำมันและความร้อนสามารถควบคุม โดยขนาดวัฏภาคของยางธรรมชาติ กล่าวคือขนาดของวัฏภาคที่มีขนาดเล็กจะให้คุณสมบัติ การทนต่อน้ำมันและความร้อนสูง ในการศึกษาส่วนที่สาม เป็นการศึกษาผลของสารช่วยผสมได้แก่ EPDM-g-MA ต่อสมบัติ และโครงสร้างสัณฐานของยางคู่ผสม พบว่าขนาดวัฏภาคของยางธรรมชาติในระบบที่เติมสาร ช่วยผสมจะมีขนาดเล็กกว่าระบบที่ไม่ได้เติมสารช่วยผสม นอกจากนั้นการเติมสารช่วยผสม ยังช่วยปรับปรุงคุณสมบัติเชิงกล การทนต่อความร้อนและน้ำมันให้สูงขึ้น ซึ่งสามารถ อธิบายโดยขนาดของวัฏภาคในยางคู่ผสม ในส่วนสุดท้าย เป็นการศึกษาผลของสารป้องกันการเสื่อมสภาพกลุ่มฟีนอลิค ได้แก่ 22 CP 46 ต่อโครงสร้างสัณฐานและสมบัติของยางคู่ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนต และยางธรรมชาติ พบว่าการเติมสารป้องกันการเสื่อมสภาพจะช่วยยับยั้งการเสื่อมสภาพ โดยความร้อนของยางธรรมชาติเป็นผลทำให้ช่วยปรับปรุงสมบัติเชิงกลในยางคู่ผสมได้ นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อเติมสารป้องกันการเสื่อมสภาพ ค่าการทนน้ำมันและความร้อน จะสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลของโครงสร้างสัณฐาน ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า ขนาดของ วัฏภาคในโครงสร้างสัณฐานจะเป็นตัวควบคุมสมบัติด้านการทนต่อน้ำมันและการทนต่อความร้อน ของยางผสม คือขนาดของวัฏภาคที่มีขนาดเล็กจะให้ค่าการทนน้ำมันและความร้อนที่สูง

บรรณานุกรม :
จันทกานต์ ก๊วยสมบูรณ์ . (2545). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จันทกานต์ ก๊วยสมบูรณ์ . 2545. "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จันทกานต์ ก๊วยสมบูรณ์ . "การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
จันทกานต์ ก๊วยสมบูรณ์ . การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างสัณฐาน การทนต่อน้ำมัน การทนต่อการเสื่อมสภาพ และสมบัติเชิงกลของระบบพอลิเมอร์ผสมระหว่างยางพอลิเอทธิลีนคลอริเนตและยางธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.