| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี |
| นักวิจัย | : | ยุวดี รอดจากภัย |
| คำค้น | : | QUALITY IMPROVEMENT , COMMUNITY HOSPITALS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=47018 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนจำนวนมาก โรคและปัญหาทางสุขภาพ มีมาก และเปลี่ยนไปจากเดิมจากโรคติดต่ออันเกิดจากความยากไร้ มาเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ ที่เกิดจากพฤติกรรมที่สามารถป้องกันได้ ระบบหรือองค์กรต่าง ๆ ต้องมีการปรับตัวขนานใหญ่ เพื่อให้อยู่รอดได้ งานสุขศึกษาเป็นงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งมีความสำคัญ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพ งานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดจันทบุรี โดยใช้เทคนิค AIC และกระบวนการ Benchmarking ในการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาโดยเลือกดำเนินการในคลินิกเบาหวาน พื้นที่ทดลองคือ โรงพยาบาลชุมชน 5 แห่ง ในจังหวัดจันทบุรี คือ โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน โรงพยาบาลคิชกูฎ โรงพยาบาลแหลมสิงห์ โรงพยาบาลท่าใหม่ และโรงพยาบาลสองพี่น้อง ระยะเวลาในการดำเนินการ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 ถึงเดือนมกราคม พ.ศ. 2545 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือแบบการสนทนากลุ่ม แบบวิเคราะห์องค์กรต้นแบบ แบบสอบถามสำหรับผู้ให้บริการ แบบการประเมินตนเองของผู้ให้บริการ และแบบสอบถามสำหรับ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ใช้สถิติ pair t-test, Pearsons product moment correlation coefficient. ผลการวิจัยทำให้ได้รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี ที่เป็นระบบชัดเจนและมีประสิทธิผล ประกอบด้วย การวิเคราะห์ตนเอง (Self assessment) การกำหนดปัญหาโดยใช้เทคนิค AIC การกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา โดยใช้การเปรียบเทียบ Benchmarking การพัฒนาศักยภาพ การทำแผนการดำเนินงานสุขศึกษา ในคลินิกเบาหวาน การดำเนินงานสุขศึกษาในคลินิกเบาหวานและการประเมินผลการดำเนินงาน เมื่อวัดผลผู้ให้บริการในด้านความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติเกี่ยวกับงานสุขศึกษาและความ พึงพอใจในงาน พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติเกี่ยวกับงานสุขศึกษา และความพึงพอใจในงาน ระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลอง พบว่าดีขึ้นและมีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และเมื่อประเมินผลการดำเนินงานในผู้ป่วย โรคเบาหวานในด้านความรู้ ทัศนคติและการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับโรคเบาหวานและความพึงพอใจ ต่อบริการสุขศึกษา ระหว่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองพบว่าดีขึ้นและมีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) และเมื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิบัติในการ ดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานกับระดับน้ำตางในเลือด HbA(,1)c พบว่าการปฏิบัติตัว ด้านการออกกำลังกาย มีความสัมพันธ์เชิงลบกับระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (p<0.05) ส่วนการปฏิบัติด้านอื่นไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กันทางสถิติ และเมื่อ วัดผลระดับ HbA(,1)c พบว่ามีระดับ HbA(,1)c ลดลงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติแต่เมื่อวัดผล BMI ไม่พบว่ามีความแตกต่างกันระหว่างก่อนทดลองและหลังการทดลอง ข้อเสนอแนะจากการวิจัยควรนำเทคนิค AIC และกระบวนการ Benchmarking มาประยุกต์ใช้ ในการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลภายใต้ความตระหนักและการสนับสนุนของผู้บริหาร และการทำงานเป็นทีมของผู้ให้บริการ |
| บรรณานุกรม | : |
ยุวดี รอดจากภัย . (2545). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยุวดี รอดจากภัย . 2545. "รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยุวดี รอดจากภัย . "รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ยุวดี รอดจากภัย . รูปแบบการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาในโรงพยาบาลชุมชน จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
