ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี
นักวิจัย : ลัดดา วุฒินิติกรกิจ
คำค้น : STRESS , STRESS MANAGEMENT , STRESS RELAXATION TECHNIQUES , REGISTERED NURSES
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46903
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาการใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ เทคนิคคลายเครียดในกลุ่มพยายาลวิชาชีพ ประชากรศึกษาคือพยาบาลวิชาชีพทั้งหมดจำนวน 498 ราย โดยมีพยาบาลวิชาชีพกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการคัดกรองด้วยแบบสอบถาม Thai GHQ28 จำนวน 79 ราย และมีตัวอย่างพยาบาลวิชาชีพยอมรับการอบรมเทคนิคคลายเครียด จำนวน 63 ราย ต่อมาไม่สามารถติดตามได้ 2 ราย จึงมีตัวอย่างพยาบาลวิชาชีพในการศึกษา 61 ราย ผู้วิจัยได้สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือแบบสอบถามการใช้เทคนิคคลายเครียด เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างพฤศจิกายน 2543 - เมษายน 2544 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ พรรณนา แสดงค่าจำนวนร้อยละ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และการวิเคราะห์ด้วยสมการถดถอยลิจิสติค ผลการวิเคราะห์พบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ Progressive Muscle Relaxation (PMR) ได้แก่ อายุ อายุราชการ ระดับพยาบาลวิชาชีพ ภาวะสุขภาพ จำนวน ชั่วโมงว่างในการพักผ่อนหย่อนใจในวันทำงานและวัดหยุด ระบบการปฏิบัติงาน เจตคติ เกี่ยวกับการเลือกใช้เทคนิค PMR กรณีเลือกเทคนิค PMR จากคุณสมบัติของตัวอย่างพยาบาล วิชาชีพพบว่า การศึกษาการใช้ PMR มีค่าโอกาสในการเลือกใช้ 0.62 ค่าโอกาสในการไม่ เลือกใช้ 0.38 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ Breathing Exercise (BE) ได้แก่ ระดับพยาบาลวิชาชีพ ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ เจตคติต่อเทคนิค คลายเครียด มีค่าโอกาสในการเลือกใช้ 0.49 ค่าโอกาสในการไม่เลือกใช้ 0.51 ปัจจัย ที่มีความสัมพันธ์กับการใช้ Visualization (VZ) ได้แก่ จำนวนชั่วโมงที่ใช้ปฏิบัติ เทคนิคคลายเครียดในวันทำงาน เจตคติเกี่ยวกับการเลือกใช้เทคนิค VZ กรณีเลือกเทคนิค VZ มีค่าโอกาสในการเลือกใช้ 0.24 ค่าโอกานในการไม่เลือกใช้ 0.76 ปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์กับการใช้ Autogenic training (AT) ได้แก่ ระดับพยาบาลวิชาชีพ ภาวะสุขภาพ ระยะเวลาที่ปฏิบัติงานตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ การปฏิบัติงานพิเศษนอกเหนืองานประจำ เจตคติเกี่ยวกับการเลือกใช้เทคนิค AT กรณีเลือกเทคนิค AT เจตคติต่อเทคนิคคลายเครียด ทั่วไป มีค่าโอกาสในการเลือกใช้เข้าใกล้ 0 ค่าโอกาสในการไม่เลือกใช้ เข้าใกล้ 1 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการใช้เทคนิคโดยรวม 4 วิธี ได้แก่ ระดับพยาบาลวิชาชีพ ระบบการปฏิบัติงาน การพยากรณ์ค่าโอกาสที่จะเลือกใช้แต่ละวิธีของตัวอย่างพยาบาล วิชาชีพตามลำดับจากมากไปน้อยคือ Breathing Exercise, Progressive Muscle Relaxation, Visualization, Autogenic Training (ค่าความน่าจะเป็น 0.48, 0.25, 0.19, 0.08 ตามลำดับ) ข้อเสนอแนะการวิจัยคือการส่งเสริมการจัดการกับความเครียดโดยใช้เทคนิคคลายเครียด แก่พยาบาลวิชาชีพที่มีลักษณะตรงกับปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยการปฏิบัติงาน เจตคติ เกี่ยวกับเทคนิคคลายเครียด

บรรณานุกรม :
ลัดดา วุฒินิติกรกิจ . (2545). การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลัดดา วุฒินิติกรกิจ . 2545. "การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ลัดดา วุฒินิติกรกิจ . "การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ลัดดา วุฒินิติกรกิจ . การใช้เทคนิคคลายเครียดของพยาบาลวิชาชีพ : กรณีศึกษาโรงพยาบาลราชวิถี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.