| ชื่อเรื่อง | : | การประยุกต์ระบบการลดของเสียในกระบวนการฟอกย้อม |
| นักวิจัย | : | ยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ |
| คำค้น | : | DYEING PROCESS , WASTE NATION , REUSE , RECYCLE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46870 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | อุตสาหกรรมฟอกย้อมเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดน้ำเสียทั้งปริมาณสูง และส่วน ประกอบที่มีมลพิษสูง การวิจัยครั้งนี้ ศึกษาการจัดการและความเป็นไปได้ในการลดปริมาณ น้ำจากกระบวนการฟอกย้อมในโรงงานย้อม 2 ของบริษัท นันยางการทอ อุตสาหกรรม จำกัด โดยใช้วิธีการนำกลับมาใช้ซ้ำและนำมาใช้ใหม่ ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและทดลองที่ เกี่ยวข้องกับกระบวนการฟอกย้อม ถูกนำมาวิเคราะห์หาการจัดการของเสียที่เหมาะสมใน แต่ละกระบวนการ น้ำทิ้งจากหม้อต้มไอน้ำและน้ำเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการฟอกย้อมถูก นำมาใช้ซ้ำในขั้นตอนการฟอกขาวและขั้นตอนการล้างก่อนครั้งสุดท้าย คุณภาพของน้ำเสีย จากการล้าง 3 ครั้งสุดท้าย ถูกปรับปรุงด้วยสารละลายโซเดี่ยมไฮโดรซัลไฟต์ที่ความ เข้มข้น (20, 40, 60, 80 และ 100 มก./ล.) และระยะเวลาในการทำปฏิกิริยาต่างกัน (10, 20 และ 30 นาที) และน้ำเสียที่ถูกปรับปรุงคุณภาพด้วยสภาวะที่เหมาะสมแล้วถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ในขั้นตอนการฟอกขาวประเมินความเหมาะสมของการใช้น้ำดังกล่าว โดยการตรวจวัดคุณภาพผ้า หลังการฟอกขาวและการย้อมผ้าโทนสีเข้ม และโทนสีอ่อน เปรียบเทียบกับคุณภาพผ้า ที่ใช้น้ำประปาในกระบวนการเดียวกัน ผลจากการปรับปรุงกระบวนการผลิตสามารถลดการใช้น้ำประปาและน้ำร้อนได้ ร้อยละ 15 และ 20 ตามลำดับ น้ำทิ้งจากหม้อต้มไอน้ำและน้ำเสียจากขั้นตอนที่ 12 และ 13 ของ การย้อมผ้าโทนสีอ่อนมีความเหมาะสมในการนำกลับมาใช้ซ้ำในขั้นตอนการฟอกขาวผ้าเพื่อ ย้อมผ้าโทนสีเข้ม รวมทั้งน้ำเสียจากขั้นตอนที่ 12 สามารถนำมาใช้แทนน้ำประปาในขั้น ตอนที่ 11 ของการย้อมผ้าโทนสีเข้มได้ ในการปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียจากขั้นตอนการล้าง 3 ครั้งสุดท้ายของการย้อมผ้าโทนสีอ่อนและเข้ม พบว่า เมื่อความเข้มข้นของสารละลาย โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์สูงขึ้นประสิทธิภาพในการบำบัดสีสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value <0.05) อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการบำบัดสีกับระยะเวลาในการทำปฏิกิริยา นั้นมีความสัมพันธ์กันแต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และเมื่อนำน้ำเสียดังกล่าวมาผ่านการ ปรับปรุงคุณภาพในสภาวะความเข้มข้นของสารละลายโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ 100 มก./ล. และ ระยะเวลาในการทำปฏิกิริยา 10 นาที่ พบว่า น้ำเสียจากขั้นตอนที่ 11, 12 และ 13 ของ การย้อมผ้าโทนสีอ่อนและขั้นตอนที่ 13 ของการย้อมผ้าโทนสีเข้มที่ผ่านการปรับปรุง คุณภาพแล้วสามารถนำไปใช้ใหม่ในการฟอกขาวเพื่อย้อมย้าโทนสีอ่อนและเข้มได้ ในขณะที่ น้ำเสียจากขี้นตอนที่ 11 และ 12 ของการย้อมผ้าโทนสีเข้มที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ แล้วสามารถนำไปใช้ใหม่ในการฟอกขาวเพื่อย้อมผ้าโทนสีเข้มเท่านั้น การประยุกต์วิธีการลดของเสียในระดับปฏิบัติการสามารถลดปริมาณน้ำเสียได้อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ นำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายในการฟอกย้อมได้ จากการคำนวณการปรับ ปรุงกระบวนการผลิตสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ 629,443 บาทต่อปี การนำน้ำทิ้งจากหม้อต้ม ไอน้ำหรือน้ำเสียจากบางขั้นตอนของการฟอกย้อมมาใช้ซ้ำสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 31,025 บาท/ปี และการนำน้ำเสียที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพมาใช้ใหม่สามารถลดค่าใช้ จ่ายได้ 37,960 บาทต่อปี |
| บรรณานุกรม | : |
ยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ . (2545). การประยุกต์ระบบการลดของเสียในกระบวนการฟอกย้อม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ . 2545. "การประยุกต์ระบบการลดของเสียในกระบวนการฟอกย้อม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ . "การประยุกต์ระบบการลดของเสียในกระบวนการฟอกย้อม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ยิ่งเจริญ คูสกุลรัตน์ . การประยุกต์ระบบการลดของเสียในกระบวนการฟอกย้อม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
