| ชื่อเรื่อง | : | การทดสอบหา antibodymarker (s) ต่อ แอนติเจนของ Epstein-Barr virus ที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกใน ประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | ปรีชญา นาคสวัสดิ์ |
| คำค้น | : | EPSTEIN-BARR VIRUS , NASOPHARYNGEAL CARCINOMA , PCR , SEROLOGY , VIRAL CAPSID ANTIGEN , EARLY ANTIGEN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46825 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันมะเร็งหลังโพรงจมูกมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี มีหลักฐานหลายอย่างที่ แสดงว่ามะเร็งชนิดนี้มีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ Epstein-Barr virus เช่น การตรวจพบยีโนมของไวรัสในก้อนมะเร็ง และการตรวจทางน้ำเหลืองพบแอนติบอดี จำเพาะต่อเชื้อนี้ สิ่งส่งตรวจทั้งชนิด Nasopharyngeal tissue และ เลือด จากผู้ป่วยมะเร็ง หลังโพรงจมูกจำนวน 159 ราย และผู้ป่วยกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก 24 ราย {โดยพบผู้ป่วยในช่วงอายุระหว่าง 40-49 ปี (ค่าเฉลี่ย = 47.6 ปี) มากที่สุด พบโรคนี้ในเพศชายมากกว่าเพศหญิง คืออัตราส่วน 3:1} ได้ถูกทดสอบหายีโนมของไวรัส และแอนติบอดีจำเพาะต่อ viral capsid antigen (VCA) และ early antigen (EA) ของไวรัส ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรสใช้ primers ลำดับเบสของ EBNA-2 ซึ่ง primers นี้สามารถแยกเชื้อ EBV ออกเป็น 2 ชนิด คือ EBV-1(A) และ EBV-2(B) ความไว ของปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรสชนิด nested PCR ในการตรวจหายีโนมของไวรัสในการศึกษา ครั้งนี้คือประมาณ 4 กอปปี้ ความไวและความจำเพาะของปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรสในการ ตรวจพบยีโนม EBV ในผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูก คือ 95.4% และ 37.5% ตามลำดับ วิธีการตรวจหาแอนติบอดีทางน้ำเหลืองใช้วิธี inderect immunofluorescence assay จากการทดลองพบความสัมพันธ์ระหว่าง NPC และแอนติบอดีจำเพาะต่อ VCA ความไวและความจำเพาะของ anti-VCA-lgG ที่ titer(+,ณ) 1:640 คือ 91.8% และ 58.3% ตามลำดับ และ ความไวและความจำเพาะของ anti-VCA-lgA ที่ titer(+,ณ) 1:10 คือ 95.6% และ 83.3% ตามลำดับ จากผู้ป่วย 159 ราย สามารถติดตามผู้ป่วยมาติดตามผลการรักษาโดยเก็บเลือด ทุกๆ 3-6 เดือน เป็นเวลา 2-5 ปีได้เพียง 45 ราย โดยสามารถแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 4 กลุ่มตามอาการทางคลินิกหลังการรักษา คือ: 1) กลุ่มที่หาย, 2) กลุ่มที่กลับเป็นใหม่, 3) กลุ่มที่ตายเนื่องจากโรค, 4) กลุ่มที่หลังจากการรักษาแล้วยังไม่ปรากฏอาการใดๆ ผู้ป่วยในกลุ่มที่รักษาหายและในกลุ่มที่หลังจากการรักษาแล้วยังไม่ปรากฏอาการใดๆ ส่วนมากพบการลดลงของแอนติบอดีชนิด VCA-lgG, VCA-lgA, EA-lgG และ EA-lgA โดยลดลงเรื่อยตามระยะเวลาหลังการรักษา โดยพบการลดลงของแอนติบอดีได้ตั้งแต่ 6 เดือนหลังเริ่มทำการรักษา ส่วนในกลุ่มที่กลับเป็นใหม่นั้น ระดับแอนติบอดีส่วนใหญ่ จะมีความปรวนแปรสูงหลังการรักษา กล่าวคือมีระดับขึ้นๆ ลงๆ ตลอดช่วงการติดตามผล การรักษา ในกลุ่มที่ตายจากโรคนั้นพบว่าแอนติบอดีส่วนใหญ่มีความปรวนแปรเช่นกัน อย่างไรก็ตามน่าจะมีการศึกษาติดตามผู้ป่วยเหล่านี้จำนวนมากขึ้นในอนาคตเพื่อจะได้ ข้อมูลที่จะบ่งชี้ถึงการใช้แอนติบอดีแต่ละชนิดในการบอกการตอบสนองต่อการรักษาได้ ดีกว่าเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มของการศึกษาครั้งนี้ยังอาจไม่มากพอ |
| บรรณานุกรม | : |
ปรีชญา นาคสวัสดิ์ . (2545). การทดสอบหา antibodymarker (s) ต่อ แอนติเจนของ Epstein-Barr virus ที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกใน ประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีชญา นาคสวัสดิ์ . 2545. "การทดสอบหา antibodymarker (s) ต่อ แอนติเจนของ Epstein-Barr virus ที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกใน ประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปรีชญา นาคสวัสดิ์ . "การทดสอบหา antibodymarker (s) ต่อ แอนติเจนของ Epstein-Barr virus ที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกใน ประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. ปรีชญา นาคสวัสดิ์ . การทดสอบหา antibodymarker (s) ต่อ แอนติเจนของ Epstein-Barr virus ที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการตอบสนองต่อการรักษาผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกใน ประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
