| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานของเพลี้ยอ่อนในภาคเหนือของประเทศไทย |
| นักวิจัย | : | วารุณี ศิริขจรจารุ |
| คำค้น | : | APHIDS , TAXONOMY , BIOLOGY , MOLECULAR , PHYLOGENETIC TREE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46814 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาเพลี้ยอ่อนทางภาคเหนือของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ความหลากหลายของชนิด ข้อมูลทางชีววิทยา ตลอดจนข้อมูลทางอณูชีววิทยา จากการ สำรวจเพลี้ยอ่อน และนำมาศึกษาทางด้านอนุกรมวิธาน สามารถเก็บตัวอย่างเพลี้ยอ่อน ได้ 56 ชนิดและจัดแบ่งกลุ่มได้ 7 subfamilies คือ Anoeciinae, Pemphigiae, Lachninae, Hormaphidinae, Drepanosiphinae, Greenideinae, and Aphidiane ซึ่งในจำนวน 56 ชนิดที่พบนั้น 13 ชนิดไม่เคยมีรายงานไว้ในประเทศไทย และในจำนวนนี้ Ceratovacuna doipuiensis จัดเป็นชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีการค้นพบ มาก่อน ในการศึกษาครั้งนี้ยังได้นำเสนอแนวทางวินิจฉัยชนิดของเพลี้ยอ่อนทั้ง 56 ชนิด ด้วย การศึกษาทางด้านชีววิทยาของเพลี้ยอ่อน 9 ชนิด ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่มี ความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยการเลี้ยงเพลี้ยอ่อนแต่ละชนิดบนพืชอาหาร ในห้อง ปฏิบัติการที่อุณหภูมิ 27(+,ฑ)3 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 78(+,ฑ)3 เปอร์เซ็นต์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเพลี้ยอ่อนตั้งแต่ระยะตัวอ่อนจนถึง ตัวเต็มวัย ช่วงชีวิต ตลอดจนอัตราการแพร่ขยายพันธุ์ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ~iLipaphis erysimi มีช่วงชีวิตที่ยาวนานที่สุดคือ 26.19 วัน นอกจากนี้อัตรา การแพร่ขยายพันธุ์ยังแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของเพลี้ยอ่อน โดย ~iAphis gossypii~i มีอัตราการแพร่ขยายพันธุ์สูงที่สุดคือสามารถออกลูกได้ถึง 82.4 ตัวใน 1 ช่วงชีวิต การศึกษาทางด้านอณูชีววิทยาของเพลี้ยอ่อน 11 ชนิด แสดงให้เห็นถึงความ สัมพันธ์ของเพลี้ยอ่อนที่อยู่ในสกุลเดียวกันหรือต่างสกุลกัน จากการเพิ่มปริมาณ ดีเอ็นเอของเพลี้ยอ่อนแบบสุ่ม โดยอาศัยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (RAPD-PCR) และใช้ primer OPA 04, 07, 13, 18, 20 พบว่ารูปแบบลายพิมพ์ดีเอ็นเอของ เพลี้ยอ่อนแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันของขนาดโมเลกุลของดีเอ็นเอในช่วงตั้งแต่ 150-1600 เบส ซึ่งจากการศึกษา phylogenetic trees พบว่าเพลี้ยอ่อนที่อยู่ ในสกุลเดียวกันจะมีความใกล้ชิดกันมากกว่า กล่าวคือ ~iAphis glycines~i และ ~iAphis gossypii~i, หรือ ~iRhopalosiphum maidis~i และ ~iRhopalosiphum padi~i หรือ ~iMyzus persicae~i และ ~iMyzus varians~i จะมีค่าดัชนี ความใกล้ชิด 0.53, 0.54, และ 0.42 ตามลำดับ ในขณะที่เพลี้ยอ่อนที่อยู่ต่าง สกุลกันเช่น ~iAphis~i spp., ~iRhopalosiphum~i spp., ~iMyzus~i spp., ~iBrevicoryne brassiace,~i และ ~iLipaphis erysimi~i จะมีค่าดัชนีความ ใกล้ชิดต่ำมาก |
| บรรณานุกรม | : |
วารุณี ศิริขจรจารุ . (2545). การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานของเพลี้ยอ่อนในภาคเหนือของประเทศไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วารุณี ศิริขจรจารุ . 2545. "การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานของเพลี้ยอ่อนในภาคเหนือของประเทศไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วารุณี ศิริขจรจารุ . "การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานของเพลี้ยอ่อนในภาคเหนือของประเทศไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. วารุณี ศิริขจรจารุ . การศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานของเพลี้ยอ่อนในภาคเหนือของประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
