ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ
นักวิจัย : นันทนา ศุภพิชญ์นาม
คำค้น : BREATH HYDROGEN AND METHANE , DIETARY FIBER , VEGETARIAN
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46506
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ใยอาหารเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อสุขภาพช่วยป้องกันและรักษาโรคต่างๆ ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายๆ องค์กรได้มีการส่งเสริมหรือแนะนำให้มีการรับประทานอาหาร ที่มีใยอาหารเป็นประจำ โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 25-30 กรัม แต่อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมาได้ เนื่องจากมนุษย์ ไม่มีน้ำย่อยที่สามารถย่อยใยอาหารได้ แต่แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่สามารถย่อยสลายใยอาหาร ทำให้เกิดก๊าซต่างๆ ตามมา เช่น ก๊าซไฮโดรเจน มีเธน และคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น ซึ่งก๊าซเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นมาก จะก่อให้เกิดอาการไม่สบายในท้อง เช่น ปวดท้อง แน่นท้อง ในการศึกษาครั้งนี้จึงศึกษาถึงผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซ ไฮโดรเจนและมีเธน โดยทำการศึกษาในชาวมังสวิรัติที่อาศัยอยู่ในปฐมอโศกและสันติอโศก จำนวน 69 คน ช่วงอายุ 23-82 ปี ทำการสำรวจอาหารที่รับประทานจริงโดยการชั่งน้ำหนัก อาหารเป็นเวลา 3 วัน และทำการหาค่าใยอาหารที่ได้รับจากแบบสอบถามความถี่จากระดับคะแนน ของใยอาหาร พบว่าค่าใยอาหารที่ได้จากการคำนวณ 3 วัน (30.9(+,ฑ)9.8 กรัมต่อวัน) และจากแบบสอบถามความถี่ (38.2(+,ฑ)13.5 กรัมต่อวัน) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทำการวัดก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนภายหลังรับประทานอาหารมังสวิรัติปกติพบว่า 55% (n = 38) ของอาสาสมัคร มีปริมาณก๊าซไฮโดรเจนมากกว่าและเท่ากับ 20 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งถือว่ามีภาวะบกพร่องในการย่อยอาหาร เมื่อวิเคราะห์จากปริมาณก๊าซไฮโดรเจนรวมกับ ก๊าซมีเธนที่มากกว่าและเท่ากับ 15 ส่วนในล้านส่วน พบว่าอีก 22% (n = 15) ของอาสาสมัคร มีภาวะบกพร่องในการย่อยใยอาหาร ดังนั้นรวมอาสาสมัครที่มีภาวะบกพร่องในการย่อยใยอาหาร ทั้งสิ้น 77% (53 คน) ในจำนวนอาสาสมัครทั้งหมด 69 คน มีผู้ที่มีอาการไม่สบายท้อง ประมาณ 70% (n = 47) เมื่อทำการศึกษาต่อไปในอาสาสมัครจำนวน 37 คน ที่มีภาวะบกพร่อง ในการย่อยใยอาหาร โดยการแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงให้น้อยลง และทำการ วัดก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนภายหลังรับประทานอาหารที่มีการจัดปรับปริมาณใยอาหารให้ น้อยลงเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่า ปริมาณสูงสุดของก๊าซไฮโดรเจนและพื้นที่ใต้กราฟของ ไฮโดรเจนและไฮโดรเจนรวมกับมีเธนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับการรับประทาน อาหารมังสวิรัติปกติ ผลสรุปของการศึกษานี้ พบว่าผู้ที่กินอาหารที่มีใยอาหารสูงจะ มีก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนสูง ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องอืด การศึกษาชนิดของใยอาหารในอาหาร ประเภทพืชผักของไทย ยังมีข้อมูลไม่มาก จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าใยอาหารชนิดใดที่เป็น สาเหตุของการเกิดก๊าซดังกล่าว

บรรณานุกรม :
นันทนา ศุภพิชญ์นาม . (2545). การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นันทนา ศุภพิชญ์นาม . 2545. "การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นันทนา ศุภพิชญ์นาม . "การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
นันทนา ศุภพิชญ์นาม . การศึกษาผลของการกินอาหารที่มีใยอาหารต่อการสร้างก๊าซไฮโดรเจนและมีเธนในคน ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.