| ชื่อเรื่อง | : | การพัฒนาและประเมินผลกระบวนการให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ใน คลินิกลิเทียมสำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา |
| นักวิจัย | : | อรภรณ์ สวนชัง |
| คำค้น | : | PHARMACEUTICAL CARE , BIPOLAR DISORDER , LITHIUM |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46400 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประโยชน์ทางคลินิกของการให้การ บริบาลทางเภสัชกรรมต่อผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ที่ได้รับยาลิเทียมในการรักษาแบบประคับประคอง เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้าโดยคัดเลือกผู้ป่วยจากคลินิกลิเทียม แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ระหว่างเดือนตุลาคม 2543 ถึงธันวาคม 2544 มีผู้ป่วย เข้าตามเกณฑ์คัดเลือกจำนวน 60 คน สุ่มผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองที่ได้รับ การบริบาลทางเภสัชกรรมจากเภสัชกรจำนวน 30 คน และกลุ่มควบคุมที่ได้รับการรักษาตาม ปกติจำนวน 30 คน โดยติดตามผู้ป่วยติดต่อกัน 4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน การบริบาล ทางเภสัชกรรมที่ผู้ป่วยได้รับ ได้แก่ (1) การสอนเกี่ยวกับเรื่องโรคและยา ข้อควรปฏิบัติ ของผู้ป่วยที่ได้รับยาลิเทียมเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดพิษจากยาและการแก้ไข (2) การให้ บัตรเตือนความจำการรับประทานยา (3) การให้บัตรลิเทียม (4) การติดตามตรวจวัดและ ปรับระดับยาลิเทียมในเลือดตามเภสัชจลนศาสตร์ของผู้ป่วยแต่ละคน (5) การประเมินความ ร่วมมือการรับประทานยาของผู้ป่วย (6) การติดตาม ค้นหา ป้องกันและแก้ไขปัญหาจากการ ใช้ยา กลุ่มควบคุมจะไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาจากการใช้ยา นอกจากปัญหานั้นเป็นปัญหา ที่มีความสำคัญ ประเมินผลการศึกษา โดยการเปรียบเทียบปัญหาจากการใช้ยา ระดับยาลิเทียม ในเลือด ความร่วมมือการรับประทานยา ความรู้ของผู้ป่วยและผลลัพทธ์ทางคลินิกระหว่าง ผู้ป่วย 2 กลุ่ม เมื่อสิ้นสุดการศึกษาพบว่าปัญหาจากการใช้ยาโดยรวมและปัญหาจากการ ใช้ยาที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมายืนยันของกลุ่มทดลองมีจำนวน้อยกว่าของกลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในการติดตามครั้งที่ 4 (Munn-Whitney test, p=0.017 และ p=0.026 ตามลำดับ) และยังพบว่าทั้งปัญหาจากการใช้ยาโดยรวมและปัญหาจากการใช้ยา ที่มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการมายืนยันการลดลงเฉพาะในกลุ่มทดลอง (Wilcoxon Signed Ranks test, p<0.0001 และ p=0.01 ตามลำดับ) โดยไม่มีการลดลงในกลุ่มควบคุม เมื่อทำการเปรียบเทียบระหว่างการติดตามครั้งที่ 0 กับครั้งที่ 4 เมื่อเปรียบเทียบระดับ ยาลิเทียมในเลือดในการติดตามครั้งที่ 4 พบว่ากลุ่มทดลองมีผู้ป่วยที่มีระดับยาอยู่ในช่วง การรักษามากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Mann-Whitney test, p = 0.039) ผู้ป่วยในกลุ่มทดลองมีความรู้มากกว่าผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในด้านการแก้ไขปัญหาเมื่อลืมรับประทานยาและเมื่อร่างกายเกิดภาวะสูญเสียน้ำ p=0.001 และ p < 0.0001 ตามลำดับ) แต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านผลลัพธ์ ทางคลินิกและความร่วมมือในการรับประทานยาของผู้ป่วย จากผลการทดลองสรุปว่าการให้การบริบางทางเภสัชกรรมโดยเภสัชกรแก่ผู้ป่วยโรค ไบโพลาร์ที่ได้รับยาลิเทียมในการรักษาแบบประคับประคอง สามารถลดปัญหาจากการใช้ยา ของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีระดับยาอยู่ในช่วงการรักษามากขึ้นและเพิ่มความรู้ความ เข้าใจต่อการใช้ยาลิเทียม |
| บรรณานุกรม | : |
อรภรณ์ สวนชัง . (2545). การพัฒนาและประเมินผลกระบวนการให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ใน คลินิกลิเทียมสำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรภรณ์ สวนชัง . 2545. "การพัฒนาและประเมินผลกระบวนการให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ใน คลินิกลิเทียมสำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรภรณ์ สวนชัง . "การพัฒนาและประเมินผลกระบวนการให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ใน คลินิกลิเทียมสำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. อรภรณ์ สวนชัง . การพัฒนาและประเมินผลกระบวนการให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ใน คลินิกลิเทียมสำหรับผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
