ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : ประภพ ด่านเศรษฐกุล
คำค้น : RISK FACTORS , CORONARY HEART DISEASE , PREDICTION SCORE SHEET
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46550
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาปัจจัย เสี่ยงหลัก (อายุ, เพศ, ค่าความดันโลหิต, ระดับไขมันโคเลสเตอรอล, ระดับไขมันเอช ดี แอล โคเลสเตอรอล, ประวัติการสูบบุหรี่, และประวัติการเป็นเบาหวาน) พร้อมทำนาย ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจโดยอาศัยการคิดคะแนนแยกชาย และหญิง ในกลุ่มของข้าราชการ ที่มีอายุระหว่าง 35-60 ปี ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึงเดือนธันวาคม 2541 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการเทียบค่าระหว่างปัจจัยต่างๆ กับเพศ จากตัวแปรอิสระ แบบที-เทสต์ และตารางการทำนายโดยการคิดค่าคะแนนแนะนำโดย NCEP และ JNC-V ปี 2541 ผลการศึกษาพบว่าเป็นชาย 2,807 ราย หญิง 4,862 ราย อายุเฉลี่ยในชาย 45.0(+,ฑ)6.6 ปี และหญิง 44.9(+,ฑ)6.2 ปี พบความดันโลหิตสูง 45.8% ในชาย, และ 29.9% ในหญิง ค่าดัชนีมวลกายพบ 24.3(+,ฑ)3.4, 23.4(+,ฑ)3.8 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ในชาย และหญิงตามลำดับ พบว่าความดันโลหิต และดัชนีมวลกายเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ ส่วน ค่าไขมันโคเลสเตอรอลที่มากกว่า 200 mg/dL พบในชาย 76.7% และหญิง 67.9% ส่วนค่าเฉลี่ย ในชายและหญิงไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) ค่าไขมันเอช ดี แอล โคเลสเตอรอล พบค่าต่ำกว่า 35 mg/dL ในชาย 8.3% และหญิง 1.8%, ประวัติการเป็นเบาหวานพบ 2.6% ในชาย และ 1.3% ในหญิง การนำปัจจัยเสี่ยงหลักคิดคะแนนเพื่อทำนายเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจพบว่าเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงแปรผันโดยตรงกับจำนวนปัจจัยเสี่ยง ที่มี พบชายและหญิงส่วนใหญ่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเท่ากับ 8%, และ 1% ตามลำดับ การวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า การตรวจสุขภาพประจำปียังคงมีประโยชน์ในการ ตรวจคัดกรองความผิดปกติเพื่อป้องกัน และติดตามการรักษา ด้านการทำนายความเสี่ยงโดย อาศัยการคิดคะแนนจากปัจจัยเสี่ยงนั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับแพทย์ และบุคลากรทาง การแพทย์ เพื่อใช้ในการให้ความรู้, การป้องกัน, การรักษา และควรทำต่อเนื่องกันทุกปี เพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้

บรรณานุกรม :
ประภพ ด่านเศรษฐกุล . (2545). การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประภพ ด่านเศรษฐกุล . 2545. "การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ประภพ ด่านเศรษฐกุล . "การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print.
ประภพ ด่านเศรษฐกุล . การสำรวจภาวะสุขภาพด้านความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในกลุ่มประชากร ที่คัดเลือกในเขต กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.