ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม
นักวิจัย : ถวัลย์ พบลาภ
คำค้น : JOB STRAIN , PERCEIVED STRESS , BLOOD PRESSURE , HYPERTENSION , PSYCHOLOGICAL JOB DEMAND , DECISION LATITUDE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=46115
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ เพื่อพัฒนาตัวแบบอธิบายปัญหาความดันโลหิตสูง และหาความ สัมพันธ์ระหว่างความเครียดในการทำงาน กับความดันโลหิตสูง การศึกษานี้ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ 1. การวิจัยเอกสาร เพื่อสร้างตัวแบบอธิบายความดันโลหิต และความดันโลหิตสูง 2. การศึกษา เชิงปริมาณ โดยการทดสอบตัวแบบในตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม โดยการวิจัยเชิงสำรวจแบบตัดขวาง ในตำรวจภูธรชาย 1,300 คน อายุระหว่าง 30-60 ปี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 392 คน โดยการสุ่มเป็นระบบตัวอย่าง ทั้งหมดทำงานใน 14 หน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วยกองบังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด สถานีตำรวจภูธรอำเภอ และตำบล การรวบรวมข้อมูลกระทำโดย ก) วิธีตอบ แบบสอบถามด้วยตนเอง โดยใช้แบบสอบถามทั่วไป แบบสอบถามความเครียดในการทำงานของ Karasek และแบบประเมินความเครียดด้วยตนเอง ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ข) การชั่งน้ำหนักตัว วัดส่วนสูง และความดันโลหิต โดยพยาบาล และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปร ใช้ โปรแกรม SPSS 10.00 และสร้างตัวแบบอิทธิพลต่อความดันโลหิตสูง โดยโปรแกรม Amos เพื่อ อธิบายกระบวนการพัฒนาการของความดันโลหิต และความดันโลหิตสูง 3. การศึกษาเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก และสนทนากลุ่มในตำรวจทุกระดับ และเปรียบเทียบตัวแบบกับข้อมูลเชิง คุณภาพ เพื่อยืนยันข้อมูลจากการสำรวจ และความเหมาะสมของตัวแบบที่สร้างขึ้น ผลการศึกษา แสดงว่ากลุ่มตัวอย่างตำรวจมีอายุเฉลี่ย 39 ปี ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 7.70 ระดับความดันโลหิตซีสโตลิกเฉลี่ย 126.27 มม.ปรอท ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 19.63 ไดแอสโตลิกเฉลี่ย 86.04 มม.ปรอท ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 13.84 และมีอัตราความดัน โลหิตสูงถึงร้อยละ 35 ความเครียดในการทำงาน มีความสัมพันธ์โดยตรงทางลบ กับระดับความดัน โลหิตไดแอสโตลิกที่ P<.05 และความสัมพันธ์ทางอ้อมด้านบวก ผ่านการรับรู้ความเครียด และ การดื่มแอลกอฮอล์ แต่โดยรวมแล้ว ความเครียดในการทำงานมีอิทธิพลต่อความดันโลหิต และ ความดันโลหิตสูงในทางลบ ตัวแบบอธิบายความดันโลหิตและความดันโลหิตสูงของกลุ่มตัวอย่าง มีความซับซ้อน ของ ความสัมพันธ์ ของตัวแปรในตัวแบบ โดยตัวแบบนี้จะสามารถอธิบายความดันโลหิตซีสโตลิก ไดแอสโตลิก ความดันโลหิตสูงซีสโตลิก และความดันโลหิตสูงไดแอสโตลิก ได้ร้อยละ 74.1, 31.8, 58.6 และ 65.1 ตามลำดับ ตัวแบบที่สร้างขึ้น มีความกลมกลืนเหมาะสมกับตัวแบบ สมบูรณ์ของโปรแกรม Amos ที่ P>.05 ตัวแปรในตัวแบบที่มีอิทธิพลต่อความดันโลหิต และ ความดันโลหิตสูง ได้แก่ อายุ น้ำหนักตัว ประวัติโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, หลอดเลือด หัวใจ และความเครียดของพ่อแม่พี่น้องในครอบครัว สถานภาพสมรส การพักอาศัยกับครอบครัว พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ ระดับการรับรู้ความเครียด ปัจจัยสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เช่น สถานที่ทำงาน, แผนกงาน, ยศ, ความต้องการทางจิตใจในการทำงาน, การสนับสนุนทางสังคม และสภาวะความเครียดในการทำงาน ข้อมูลจากการศึกษาเชิงคุณภาพ ช่วยสนับสนุนและยืนยันผล ความสัมพันธ์ของตัวแปรในตัวแบบ ดังนั้นแสดงว่าตัวแบบอิทธิพลต่อความดันโลหิตสูง ที่สร้างขึ้น จากการศึกษานี้ สามารถอธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต และความดันโลหิตสูง ในตำรวจภูธรนครปฐมได้

บรรณานุกรม :
ถวัลย์ พบลาภ . (2544). ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ถวัลย์ พบลาภ . 2544. "ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ถวัลย์ พบลาภ . "ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
ถวัลย์ พบลาภ . ความเครียดในการทำงานและความดันโลหิตสูง : ทดสอบตัวแบบความสัมพันธ์ในตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.