ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด
นักวิจัย : ดวงพร สุวรรณกุล
คำค้น : Amaranthus graciilis , atrazine , atrazine resistant weed , Euphorbia heterophylla , weed resistance
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2545
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=PDF4080070 , http://research.trf.or.th/node/537
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ประเทศไทยได้นำเข้าสารกำจัดวัชพืชอาทราซีนเพื่อการควบคุมวัชพืชในไร่ข้าวโพดมาเป็นเวลากว่า 30 ปี เนื่องจากอาทราซีนเป็นสารที่มีราคาถูก และมีประสิทธิภาพในการควบคุมวัชพืชได้หลายชนิด จึงทำให้สารเคมีชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งสำหรับเกษตรกร และ นักวิชาการ การสำรวจวัชพืชหลักในแหล่งที่มีการปลูกข้าวโพดไร่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม 2540-2542 พบว่ามีวัชพืชที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่ ผักยาง (Euphorbia heterphylla) ผักโขม (Amaranthus gracilis) ผักปราบ (Commelina. sp.) และ หญ้าโขย่ง (Rottboella cochinchinensis) เนื่องจากโดยทั่วไปอาทราซีนไม่มีประสิทธิภาพในการควบคุมผักปราบและหญ้าโขย่ง การทดสอบความต้านทานของวัชพืชต่อสารอาทราซีนจึงเน้นเฉพาะผักยางและผักโขมเท่านั้น การทดสอบความต้านทานต่อสารอาทราซีนของวัชพืชทั้งสองในสภาพเรือนทดลองทั้งจากเมล็ดที่เก็บโดยตรงจากแปลงเกษตรกร และ จากเมล็ดที่เก็บจากต้นที่นำเมล็ดมาขยายพันธุ์ พบว่า ผักยางไม่มีความต้านทานต่อสารอาทราซีน แต่มีหลักฐานที่แสดงถึงแนวโน้มที่จะมีการพัฒนาความต้านทานต่อสารอาทราซีน ขณะที่ ผักโขม พบว่ามีความต้านทานต่อสารอาทราซีนสูงถึงระดับอัตราการใช้สารอาทราซีน ที่ 20 kg ai/ha. การศึกษาลักษณะทางชีววิทยาที่สำคัญบางประการของผักโขมที่มีความต้านทานต่อสารอาทราซีน พบว่า เมล็ดผักโขมที่อยู่ในดินมีจำนวนความหนาแน่นของประชากรสูงกว่า ความหนาแน่นของผักโขมที่พบบนแปลงข้าวโพดในพื้นที่เดียวกัน อัตราการงอกของเมล็ดผักโขมที่เก็บจากต้นที่ต้านทานต่อสารอาทราซีนมีการงอกต่ำเพียง ร้อยละ 28 ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดผักโขมที่เก็บจากข้างทางที่ไม่มีการใช้สารอาทราซีน พบว่า มี อัตราการงอกที่สูงถึง ร้อยละ 66 Atrazine has been used in corn fields in Thailand since 1970. Major areas for corn production are in the Central and North-Eastern part of Thailand. Surveys of atrazine resistant weeds as well as test for atrazine resistance were conducted in June 1997 to August 2000 in five North-Eastern and two central provinces of Thailand. Euphorbia heterophylla and Amaranthus gracilis were among the major weeds found in the corn fields. The test of atrazine either pre- and post-emergence. Euphorbia heterophylla populations showed no evidence of resistance. However, there were some weeds that survived atrazine application. The offspring of the surviving weeds were not resistanct to atrazine at any rates tested. Meanwhile, Amaranthus gracilis was found to be resistant to atrazine at the rate up to 20 kg ai/ha. Studies on above ground and soil seed bank in the corn fields where atrazine had been applied for over ten years found a great number of A. gracilis populations. However, a number of underground weed seeds were greater than the weeds that emerged from the soil. Seed germination for the resistant weeds was very low (28%), while for germinated susceptible seeds was quite high (66%).

บรรณานุกรม :
ดวงพร สุวรรณกุล . (2545). การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดวงพร สุวรรณกุล . 2545. "การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ดวงพร สุวรรณกุล . "การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2545. Print.
ดวงพร สุวรรณกุล . การศึกษาความต้านทานต่ออาทราซีนในข้าวโพด. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2545.