| ชื่อเรื่อง | : | ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่า ในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ |
| นักวิจัย | : | สถิตย์พร นพพลับ |
| คำค้น | : | SELF-CARE PARTICIPATION PROMOTION PROGRAM , SELF-ESTEEM , PERCEIVED SELF-CARE EFFICACY , ESSENTIAL HYPERTENSION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45918 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยก่อนการทดลอง แบบศึกษากลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังการ ทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ ที่มีระดับความดันโลหิตซีสโตลิค มากกว่าหรือ เท่ากับ 140 มิลลิเมตรปรอท และ/หรือ ความดันไดแอสโตลิค มากกว่าหรือเท่ากับ 90 มิลลิเมตร ปรอท อย่างน้อย 6 เดือนก่อนเข้าโครงการ เลือกแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 30 คน ซึ่งมารับ บริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รูปแบบโครงการแบ่งออกเป็น การประชุมเชิงปฏิบัติการ 1 ครั้ง ประกอบด้วยการอภิปราย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การ กำหนดความต้องการและเป้าหมายของการดูแลตนเอง การสอนและการฝึกปฏิบัติ โดยใช้วิดีทัศน์ และแผ่นพับประกอบ และการสนับสนุนให้กำลังใจด้วยการเข้ากลุ่มย่อย 3 ครั้ง แต่ละครั้ง ห่างกัน 4 สัปดาห์ จำนวนผู้ป่วยครั้งละ 3-5 คน โดยผสมผสานวิธีการช่วยเหลือแบบกระบวนการ กลุ่มและรายบุคคล เป็นเวลา 12 สัปดาห์ รวบรวมข้อมูลโดยใช้ข้อมูลส่วนบุคคล แบบวัดความรู้สึก มีคุณค่าในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และแบบ ประเมินภาวะการควบคุมโรค ข้อมูลถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยสถิติบรรยาย และเปรียบเทียบความ แตกต่างด้วยสถิติที (paired t-test) ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังเข้าโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง 1) ผู้ป่วยมีคะแนนของความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง สูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p < .01) 2) คะแนนเฉลี่ยของการรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเองโดยรวม และ รายด้านสูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01) ยกเว้นด้านการจัดการ กับความเครียด และด้านการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เป็นอันตราย สูงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05) 3) ค่าเฉลี่ยของระดับความดันโลหิตซีสโตลิค ไดแอสโตลิค และน้ำหนักตัวลดลงกว่าก่อนเข้าโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .01, p < .05, p < .01 ตามลำดับ) ผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง สามารถเพิ่มความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง พัฒนาการรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง ส่งผล ให้ระดับความดันโลหิตและน้ำหนักตัวลดลง ผลการวิจัยนี้เสนอแนะให้ประยุกต์ใช้ในโครงการนี้ ในโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพอื่นๆ และในผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ ต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สถิตย์พร นพพลับ . (2544). ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่า ในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สถิตย์พร นพพลับ . 2544. "ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่า ในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สถิตย์พร นพพลับ . "ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่า ในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. สถิตย์พร นพพลับ . ประสิทธิผลของโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลตนเอง ต่อความรู้สึกมีคุณค่า ในตนเอง การรับรู้สมรรถนะในการดูแลตนเอง และภาวะการควบคุมโรค ในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบสาเหตุ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
