| ชื่อเรื่อง | : | การวัดปริมาตรต่อมธัยรอยด์และวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ เพื่อใช้ประเมิน สภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนไทย |
| นักวิจัย | : | สัญญา สวนสวรรค์ |
| คำค้น | : | IODINE DEFICIENCY , THYROID VOLUME , URINARY IODINE EXCRETION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45902 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ได้ทำการศึกษาขนาดของต่อมธัยรอยด์ในเด็กนักเรียนด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ชนิด เคลื่อนที่ โดยใช้หัววัดชนิด Linear ที่มีความถี่ 7.5 MHz ภายหลังจากที่ได้ทำการควบคุม คุณภาพของเครื่องให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ %CV ของ intraobserver ในเด็กอายุ 6, 9 และ 12 ปี มีค่าน้อยกว่า 5% ส่วน interobserver variation ระหว่างผู้ทำ 2 คน พบว่า มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=0.998, P<0.001, n=6) ปริมาตรต่อมธัยรอยด์ ในเด็กนักเรียนชายหญิงปกติ จำนวน 2,000 คน พบว่ามีค่าเฉลี่ย (Mean) สูงขึ้นตามอายุ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 6 ถึง 15 ปี และเกือบซ้อนทับกับค่ากลาง (Median) ส่วน P97 จะมี ค่าสูงขึ้นตามอายุตั้งแต่ 6 ถึง 14 ปีเช่นกัน และจะลดลงเล็กน้อยในเด็กอายุ 15 ปี ขนาด ของต่อมธัยรอยด์กลีบซ้ายจะแตกต่างจากกลีบขวาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.001) ขนาด ของต่อมธัยรอยด์ (มล.) มีความสัมพันธ์กับอายุ, ส่วนสูง, ปริมาตรพื้นที่ผิวและน้ำหนัก โดย มีสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ (r) เท่ากับ 0.764, 0.757, 0.722 และ 0.641 ตามลำดับ แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับการคลำคอ, เพศ และไอโอดีนในปัสสาวะ ขนาดของต่อมธัยรอยด์พบว่า ไม่มีความแตกต่างระหว่างเพศชายและหญิง การหาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะด้วย ammonium persulfate วิธีที่ 2 นอกจากจะมี ราคาถูกและประหยัดเวลาแล้ว ยังพบว่า intra-assay และ inter-assay percision ของ ไอโอดีนในปัสสาวะที่ระดับต่ำ กลาง และสูง มีค่า %CV < 5% ค่าของสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์ (r) ของวิธีนี้กับวิธีที่ 1 และวิธีที่ 1 กับวิธี Chloric acid เท่ากับ 0.923 (n=1290) และ 0.898 (n=845) ตามลำดับ ไอโอดีนในปัสสาวะของเด็กนักเรียนชายหญิงปกติพบว่ามีค่ากลาง เท่ากับ 177 มคก./ล. (n=1364) และเพศชายไม่มีความแตกต่างจากเพศหญิง จากการประเมิน ภาวะโรคขาดสารไอโอดีน (IDD) ในเด็กนักเรียนชายหญิงอายุ 7 ถึง 15 ปี จำนวน 283 คน ที่จังหวัดน่าน พบว่าความชุกของคอพอกโดยวิธีคลำคอและอัลตราซาวนด์เท่ากับ 9.81% และ 36.84% ตามลำดับ ค่ากลางของไอโอดีนในปัสสาวะนักเรียน 279 คนเท่ากับ 248.26 มคก./ล. และมีนักเรียน 28.7%, 5.0% และ 0.7% ที่มีค่ากลาง <177, <100 และ <50 มคก./ล. ตามลำดับ และสมควรได้รับเกลือไอโอดีนและหรือน้ำไอโอดีนอย่างต่อเนื่อง และประเมินสภาวะ IDD ปีละ 1 ครั้ง |
| บรรณานุกรม | : |
สัญญา สวนสวรรค์ . (2544). การวัดปริมาตรต่อมธัยรอยด์และวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ เพื่อใช้ประเมิน สภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สัญญา สวนสวรรค์ . 2544. "การวัดปริมาตรต่อมธัยรอยด์และวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ เพื่อใช้ประเมิน สภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สัญญา สวนสวรรค์ . "การวัดปริมาตรต่อมธัยรอยด์และวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ เพื่อใช้ประเมิน สภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. สัญญา สวนสวรรค์ . การวัดปริมาตรต่อมธัยรอยด์และวิเคราะห์หาปริมาณไอโอดีนในปัสสาวะ เพื่อใช้ประเมิน สภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
