ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร
นักวิจัย : พิษฐา พงษ์ประดิษฐ
คำค้น : แนวทาง , ประสิทธิภาพ , พลังงาน , จราจร , รถรับส่งนักเรียน , APPROPRIATE , TRANSPORTATION , ENERGY , TRAFFIC , SCHOOL BUS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45777
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาข้อจำกัดและความต้องการในการรับส่ง นักเรียน และศึกษาการสูญเสียพลังงานจากการขนส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อ หาแนวทางการจัดรูปแบบรถรับส่งนักเรียนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ด้านการขนส่ง โดยได้ทำการศึกษากับโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณเขตวิกฤตจราจร และอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน ซึ่งมีการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลสูง จำนวน 9 โรงเรียน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามสำหรับผู้ปกครองนักเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 557 คน และแบบสัมภาษณ์ระดับลึกสำหรับเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน จำนวน 8 โรงเรียน และผู้ประกอบ กิจกรรมรับส่งนักเรียน จำนวน 184 คน ค่าสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปร โดยใช้การทดสอบความเป็นอิสระ และนำข้อมูลที่ได้ไปประเมินค่าความสูญเสีย ที่เกิดขึ้นจากการขนส่งนักเรียน ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนร้อยละ 63.6 ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางมากที่สุด โดยปัญหาที่ผู้ปกครองพบเมื่อต้องรับส่งนักเรียนเอง ได้แก่ ไม่มีที่จอดรถ จราจรติดขัด และสิ้นเปลืองเวลาในการเดินทาง ตามลำดับ สาเหตุอันดับ 1 ที่เลือกใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ในการรับส่งนักเรียน คือ ความสะดวกสบาย คิดเป็นร้อยละ 47 รองลงมาคือ ความปลอดภัย คิดเป็นร้อยละ 35.4 นอกจากนี้พบว่า ปัญหาที่พบจากการใช้บริการรถรับส่งนักเรียน ได้แก่ นักเรียนต้องอยู่บนรถนาน และค่าใช้จ่ายสูง ตามลำดับ โดยสาเหตุอันดับ 1 ที่เลือกใช้บริการรถรับส่งนักเรียน คือ ผู้ปกครองไม่สะดวกรับส่งเอง คิดเป็นร้อยละ 67.1 รองลงมา คือ ปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ คิดเป็นร้อยละ 25.7 และปัจจัยที่มีผลต่อการเลือก ใช้บริการรถรับส่งนักเรียน ได้แก่ ความปลอดภัย พนักงานขับรถและผู้ควบคุมรถ ความสะดวกสบาย และอัตราค่าบริการ ตามลำดับ สำหรับแนวทางการจัดรูปแบบระบบ การให้บริการรับส่งนักเรียนที่เหมาะสมนั้น สามารถทำได้ โดยปรับปรุงคุณภาพ ของรับรับส่งนักเรียนที่มีอยู่ ให้มีคุณสมบัติที่ดีเหมือนกับรถยนต์ส่วนบุคคล และ แก้ไขปัญหาที่พบจากการใช้บริการ พร้อมกันนี้ต้องสร้างความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนกับผู้ประกอบการ ในการบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะส่งผลให้รถ รับส่งนักเรียนมีคุณภาพดีขึ้น พบว่า หากมีการปรับปรุงรถรับส่งนักเรียนใหม่ ผู้ปกครอง ที่ยินดีให้นักเรียนใช้บริการ ร้อยละ 62.5 ซึ่งส่งผลให้สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลงได้ 228,750,236 บาท/ปี และลดค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลงได้ 29,808,153.62 บาท/ปี

บรรณานุกรม :
พิษฐา พงษ์ประดิษฐ . (2544). แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิษฐา พงษ์ประดิษฐ . 2544. "แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิษฐา พงษ์ประดิษฐ . "แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
พิษฐา พงษ์ประดิษฐ . แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ด้านการจราจร ด้วยการขนส่งมวลชน : กรณีศึกษา รถรับส่งนักเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.