| ชื่อเรื่อง | : | การตรวจหาชนิดแคฟซูลและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี |
| นักวิจัย | : | พิจิตรา วนพงศ์ทิพากร |
| คำค้น | : | SEROTYPING , ~iSTREPTOCOCCUS PNEUMONIAE~i |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45763 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี จำนวน 207 สายพันธุ์แยกได้จากผู้ป่วยที่เข้ารับ การรักษาในโรงพยาบาลศิริราช ระหว่างปี 1997-2000 สิ่งส่งตรวจจากผู้ป่วยที่เก็บจาก บริเวณที่มี normal flora ได้แก่ เสมหะ (88 ตัวอย่าง), สิ่งส่งตรวจจากช่องคอ (8 ตัวอย่าง), สารคัดหลั่งจากตาและจมูก (9 ตัวอย่าง) สิ่งส่งตรวจจากบริเวณที่ ปราศจากเชื้อ ได้แก่เลือด (70 ตัวอย่าง), หนองจากโพรงจมูก (15 ตัวอย่าง), น้ำล้างปอด (11 ตัวอย่าง) และน้ำไขสันหลัง (6 ตัวอย่าง) การตรวจหาชนิดแคฟซูลของเชื้อนิวโมคอคไค โดยใช้แอนติบอดีที่มีความจำเพาะต่อชนิดแคฟซูลจาก Statens Seruminstitut, ประเทศ เดนมารค์ การตรวจหาความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพจำนวน 9 ชนิดคือ cefotaxime, ceftriaxone, ciprofloxacin, erythromycin, imipenem, meropenem, ofloxacin, penicillin และ trimethoprim-sulfamethoxazole ใช้วิธี broth microdilution ตาม มาตรฐานของ NCCLS ผลการศึกษาพบว่า 81.6% ของเชื้อสเตรฟโตคอคไคสามารถตรวจหาชนิดของแคฟซูลได้ ซีโรทัยป์เหล่านี้เป็นส่วนประกอบใน 23-valent pneumococcal polysaccharide vaccine ซีโรทัยป์ที่พบบ่อยคือ ซีโรทัยป์ 6 (22.5%), 23 (18.9%), 19 (16.6%), 3 (7.7%) และ 11 (5.3%) จากจำนวนเชื้อนิวโมคอคไค 169 สายพันธุ์ ซึ่งสามารถตรวจหาชนิดของแคฟซูลได้ 52.7% ได้จากบริเวณที่ปราศจากเชื้อและ 47.3% ได้จากบริเวณที่มี normal flora สำหรับ เชื้อนิวโมคอคไค 38 สายพันธุ์ ซึ่งไม่สามารถตรวจหาชนิดของแคฟซูลได้ 65.8% ได้จาก บริเวณที่มี normal flora การเรียงลำดับจากมาก-น้อยพบว่าซีโรทัยป์ 6, 23 และ 19 เป็นซีโรทัยป์ที่แยกได้บ่อยจากบริเวณที่ปราศจากเชื้อในขณะที่ซีโรทัยป์ 19, 6 และ 23 เป็นซีโรทัยป์ที่แยกได้บ่อยจากบริเวณที่มี normal flora สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซีโรทัยป์ที่แยกได้โดยเรียงลำดับจากมาก-น้อยคือซีโรทัยป์ 6, 23 และ 19 ในขณะที่ผู้ใหญ่ อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปซีโรทัยป์ที่แยกได้โดยเรียงลำดับจากมาก-น้อยคือซีโรทัยป์ 6, 19 และ 23 เชื้อนิวโมคอคไคมีความไวต่อยา penicillin (48%), cefotaxime (63%), ceftriaxone (65%), ciprofloxacin (81.5%) erythromycin (58%), imipenem (66.5%), meropenem (80%), ofloacin (99%) และ trimethoprim-sulfamethoxazole (34.5%) เชื้อนิวโมคอคไคสายพันธุ์ที่ไม่ไวต่อยา penicillin พบว่าดื้อต่อยา trimethoprim- sulfamethoxazole (91.1%), erythromycin (76.5%), cefotaxime (70.2%), ceftriaxone (66.3%), imipenem (63.5%), meropenem (38.5%), ciprofloxacin (13.7%), และ ofloxacin (1.1%) |
| บรรณานุกรม | : |
พิจิตรา วนพงศ์ทิพากร . (2544). การตรวจหาชนิดแคฟซูลและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิจิตรา วนพงศ์ทิพากร . 2544. "การตรวจหาชนิดแคฟซูลและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พิจิตรา วนพงศ์ทิพากร . "การตรวจหาชนิดแคฟซูลและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. พิจิตรา วนพงศ์ทิพากร . การตรวจหาชนิดแคฟซูลและความไวต่อยาต้านจุลชีพของเชื้อสเตรฟโตคอคคัส นิวโมนิอี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
