| ชื่อเรื่อง | : | การทดสอบความเป็นพิษของสารเคมี โดยใช้การงอกของละอองเรณูธูปฤาษีเป็นดัชนี |
| นักวิจัย | : | ปฏิญญา สุขวงศ์ |
| คำค้น | : | CATTAIL , ~iIN VITRO~i GROWN POLLEN , CYTOTOXICITY TESTING |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45717 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการเลี้ยงละออง เรณูของธูปฤาษี (~iTypha angustifolia L.~i) ในอาหารเลี้ยง 2) เพื่อศึกษาการ มีชีวิตรอดของละอองเรณูธูปฤาษี ที่เก็บรักษาไว้ในสภาวะที่มีอุณหภูมิต่ำเป็นเวลาหนึ่งเดือน และ 3) เพื่อศึกษาผลการยับยั้งต่อระดับการงอกของหลอดละอองเรณูธูปฤาษีของสารเคมี 4 ชนิด ได้แก่ เอทานอล (ethanol) ไดเมทิลซัลฟอกไซด์ (DMSO) พาราควอท (paraquat) และไกลโฟเสท (glyphosate) โดยวิธีการวัดระดับการเจริญของหลอดละอองเรณูนั้น ใช้วิธี วัดการติดสีย้อม (Alcian blue Method) ของหลอดละอองเรณู โดยเครื่องวัดการดูดกลืนแสง (spectrophotometer) ที่ความยาวคลื่น 607 นาโนเมตร ในการทดสอบสภาวะที่เหมาะสมในการเลี้ยงละอองเรณูในอาหารเลี้ยง พบว่า ระยะเวลา ที่เหมาะสมในการเลี้ยงเกสรตัวผู้ คือ 18 ชั่วโมง ค่าความเป็นกรดด่าง ที่เหมาะสมสำหรับ อาหารเลี้ยงอยู่ที่ระดับพีเอช 7 ส่วนปริมาณของละอองเรณูในอาหารเลี้ยง ที่เหมาะในการใช้ ทำการทดลองอยู่ที่ระดับความเข้มข้น 5 มิลลิกรัม ต่อปริมาตรอาหารเลี้ยง 1 มิลลิลิตร และ พบว่าการเก็บรักษาละอองเรณูที่อุณหภูมิ -11 และ 4 องศาเซลเซียส ไม่ได้ช่วยให้ละออง เรณูมีอายุยืนยาวขึ้น โดยเมื่อเปรียบเทียบกับละอองเรณูที่เก็บสดจะมีความสามารถในการงอก หลังจากการเก็บรักษาไว้ภายในสัปดาห์แรกประมาณร้อยละ 83 และลดลงเรื่อยๆ จนเหลือประมาณ ร้อยละ 20 หลังจากเก็บไว้ครบ 1 เดือน สำหรับค่าความเป็นพิษของสารเคมีทั้งสี่ชนิด ต่อระดับการเจริญของละอองเรณูธูปฤาษีนั้น พบว่า ไกลโฟเสท (glyphosate) มีความเป็นพิษมากที่สุด โดยมีค่า IC(,50) เท่ากับ 1,677 มิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนพาราควอท (paraquol) เอทานอล (ethanol) และไดเมทิลซัลฟอกไซด์ (DMSO) มีความเป็นพิษลดหลั่นตามลำดับ โดยมีค่า IC(,50) เท่ากับ 3,681 49,981 และ 147,665 มิลลิกรัมต่อลิตร จากผลการทดลองนั้นจะเห็นว่า ไกลโฟเสท (glyphosate) กับ พาราควอท (paraquot) ซึ่งเป็นสารเคมีในกลุ่มสารกำจัดวัชพืชนั้นมีความเป็นพิษต่อเกสร ธูปฤาษีมากกว่าเอทานอล (ethanol) และไดเมทิลซัลฟอกไซด์ (DMSO) ซึ่งเป็นสารเคมีใน กลุ่มสารตัวทำละลาย เป็นเพราะสารเคมีในกลุ่มสารกำจัดวัชพืช จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญ เติบโตของพืชโดยตรง ส่วนสารในกลุ่มตัวทำละลายนั้นโดยปกติจะมีความเป็นพิษน้อยต่อเซลของ พืช ซึ่งผลการทดลองมีแนวโน้มส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับผลการศึกษาความเป็นพิษของสารเหล่านี้ โดยใช้ละอองเรณูต้นยาสูบที่มีการศึกษาไว้แล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะนำละอองเรณู ธูปฤาษีไปใช้ในการทดสอบความเป็นพิษของสารเคมีต่างๆ ได้ ผลการทดลองของการศึกษาครั้งนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะนำวิธีการทดลองไปแทน วิธีการที่ใช้สัตว์ในการทดสอบความเป็นพิษ แม้ว่ารายละเอียดในขั้นตอนการปฏิบัติยังคงต้อง มีการปรับปรุงเพิ่มเติมอีกมาก แต่ก็อาจจัดเป็นการเริ่มต้น อันจะนำไปสู่วิธีการที่สามารถ ใช้อย่างแพร่หลายได้ในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
ปฏิญญา สุขวงศ์ . (2544). การทดสอบความเป็นพิษของสารเคมี โดยใช้การงอกของละอองเรณูธูปฤาษีเป็นดัชนี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปฏิญญา สุขวงศ์ . 2544. "การทดสอบความเป็นพิษของสารเคมี โดยใช้การงอกของละอองเรณูธูปฤาษีเป็นดัชนี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปฏิญญา สุขวงศ์ . "การทดสอบความเป็นพิษของสารเคมี โดยใช้การงอกของละอองเรณูธูปฤาษีเป็นดัชนี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ปฏิญญา สุขวงศ์ . การทดสอบความเป็นพิษของสารเคมี โดยใช้การงอกของละอองเรณูธูปฤาษีเป็นดัชนี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
