ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน
นักวิจัย : นรินทร โกดาร์ต
คำค้น : HIV-1 , BOOSTED-p24 ANTIGEN , QUANTIFICATION , QUALIFICATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45656
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

องค์การอนามัยโลกได้ประมาณการว่าในปี 2000 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกเป็นเด็ก 1.4 ล้านคน และเป็นผู้ใหญ่ 34.7 ล้านคน โดยส่วนมากพบในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีฐานะ ทางเศรษฐกิจไม่ดีพอที่จะทำการวินิจฉัยการติดเชื้อ และติดตามผลด้วยวิธีการที่ราคาแพงได้ ถึงแม้ว่าการเพาะเลี้ยงเชื้อ และการตรวจหาสารพันธุกรรมคือ RNA และ DNA จะมีความไว ในการตรวจวัดสูง แต่เป็นวิธีการที่ใช้เวลาและแรงงานมาก รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า การตรวจหา p24 แอนติเจน ดังนั้นจึงได้ศึกษาและพัฒนาวิธีการตรวจหา p24 แอนติเจน ด้วย การเพิ่มปริมาณสัญญาณของการตรวจวัดด้วยวิธี ELISA เพื่อใช้ในการตรวจวัดและวินิจฉัยการ ติดเชื้อเอชไอวี เพื่อที่จะประเมินวิธีการตรวจวัดการเพิ่มสัญญาณ p24 แอนติเจน ด้วยวิธี ELISA เพื่อการตรวจวินิจฉัยและติดตามผลการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จึงได้ทำการเปรียบเทียบ การหาปริมาณ p24 แอนติเจนในพลาสมา เทียบกับวิธีการวัดปริมาณสารพันธุกรรม HIV-1 RNA (Amplicor HIV-1 Monitor, version 1.5) HIV RNA (NASBA QL) และการตรวจหา proviral DNA ที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการ การเพิ่มสัญญาณการตรวจวัด p24 แอนติเจน ใช้วิธีแยกสารประกอบอิมมูน p24 แอนติเจน และ p24 แอนติบอดี ด้วยความร้อนแล้วเพิ่ม สัญญาณการตรวจด้วยการเติม biotynyl tyramide เพื่อเพิ่มความไวในการตรวจวัดในชุด ทดสอบปกติ (Organon Teknika) ที่วัดได้ประมาณ 10 pg/ml เป็น 0.5 pg/ml ซึ่งเทียบได้ เท่ากับไวรัส 100 อนุภาคต่อมิลลิลิตร ความสัมพันธ์ระหว่างวิธีการตรวจวัดระดับ RNA (Amplicor HIV-1 Monitor) และ วิธีการเพิ่มสัญญาณการตรวจหา p24 แอนติเจน โดยเปรียบเทียบด้วยวิธี Spearman rank มีค่าเท่ากับ r = 0.671 (R(2) = 0.450,~iP~i < 0.05) ในกลุ่มตัวอย่างพลาสมา 160 ตัวอย่างที่ทราบปริมาณไวรัสในกระแสเลือดและเก็บที่ -70(+,ฐ)C และ r = 0.782 (R(2) = 0.612,~iP~i < 0.05) ในกลุ่มตัวอย่างพลาสมา 80 ตัวอย่างที่เก็บใหม่และไม่ ทราบปริมาณไวรัส การวัดปริมาณด้วยการเพิ่มสัญญาณ p24 แอนติเจน จะวัดได้ในช่วง 0.5 pg/ml ถึงมากกว่า 20 pg/ml ในกลุ่มตัวอย่างส่งตรวจใหม่ที่ไม่ทราบปริมาณไวรัส ความสามารถของ วิธีการตรวจวัด p24 แอนติเจน ด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณ มีความไวในการตรวจเทียบได้เท่ากับ การตรวจวัดปริมาณ RNA, <400 copies/ml ในตัวอย่างพลาสมาที่ไม่ทราบปริมาณไวรัส 80 ตัวอย่างของผู้ที่ได้รับยาต่อต้านเชื้อเอชไอวี พบว่า สามารถตรวจหาปริมาณ RNA (Amplicor HIV-1 Monitor) ได้ 57 ราย (71.25%) และสามารถตรวจหา p24 แอนติเจนด้วยวิธีการ เพิ่มสัญญาณได้ 64 ราย (80%) สำหรับการตรวจการติดเชื้อในทารก ได้ทำการเปรียบเทียบวิธีการตรวจวัด p24 แอนติเจน ด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณกับวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม RNA (NASBA QL) และวิธีการหา proviral DNA ด้วย PCR ที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการ พบว่า ในทารก 53 ราย ที่เกิดจาก มารดาที่ติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 เมื่อตรวจยืนยันผลด้วยวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม DNA และตรวจหาแอนติบอดีเมื่ออายุ 18 เดือนรวมทั้งการเพาะเลี้ยงเชื้อ พบมีทารกติดเชื้อ 21 ราย ความไวของวิธีการตรวจวัด p24 แอนติเจนด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณ p24 แอนติเจน ELISA เทียบได้เท่ากับการตรวจหาสารพันธุกรรม RNA (NASBA QL) และมากกว่าการวัดปริมาณ proviral DNA ที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการ (100% กับ 61.90%) แต่ทุกวิธีมีความแม่นยำ เท่ากันคือ 100% เมื่อทารกอายุได้ 1-2 เดือน ในการประเมินการใช้วิธีตรวจวัด p24 แอนติเจนด้วยวิธีเพิ่มสัญญาณในตัวอย่างส่งตรวจ ที่เป็นซีรัมและพลาสมา ได้ทำการศึกษาใน 164 ตัวอย่างซีรัมที่ส่งมาที่ห้องปฏิบัติการไวรัส วิทยา ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พบว่ามี 152 ตัวอย่างที่ให้ผล การตรวจตรงกันทั้งวิธีการตรวจวัด p24 แอนติเจนด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณและการตรวจหาแอนติบอดี ต่อเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 (46 รายให้ผลบวกและ 106 รายให้ผลลบ) ด้วยวิธีการทำให้เสียสภาพ ด้วยความร้อนตัวอย่างตรวจที่เป็นซีรัมของผู้ใหญ่มีความไวและความแม่นยำน้อยกว่าตัวอย่าง ตรวจที่เป็นพลาสมาในเด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยมีความไว 88.46% เทียบกับ 97.44% และความแม่นยำ 94.64% เทียบกับ 100% แต่ไม่มีความแตกต่างกันในตัวอย่างตรวจ ซีรัมและพลาสมาในคนคนเดียวกัน ความสามารถในการตรวจหา p24 แอนติเจน ด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณ เทียบได้เท่ากับ การตรวจวัดหาสารพันธุกรรม RNA เพื่อการตรวจวินิจฉัยและติดตามผลการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 ประโยชน์ของการหา p24 แอนติเจน ด้วยวิธีการเพิ่มสัญญาณ คือ เป็นวิธีการที่ง่ายซึ่ง สามารถทำได้ในห้องปฏิบัติการทั่วไป มีราคาถูก คือประมาณ 120 บาท ต่อตัวอย่างตรวจ ในขณะที่วิธีการตรวจวัดปริมาณสารพันธุกรรม RNA ด้วยชุดทดสอบทางการค้ามีราคาประมาณ 3400 บาท และการตรวจหา proviral DNA มีราคาประมาณ 1,000 ถึง 1,500 บาทต่อ ตัวอย่างตรวจ ดังนั้นการตรวจหา p24 แอนติเจน ด้วยวิธีการเพิ่มสัญญา p24 แอนติเจน ELISA จึงอาจเป็นวิธีการทดสอบที่ใช้ทดแทนได้ และเหมาะที่จะใช้ในประเทศที่อยู่ในสภาวะ เศรษฐกิจที่ไม่ดีเช่นประเทศไทย

บรรณานุกรม :
นรินทร โกดาร์ต . (2544). การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรินทร โกดาร์ต . 2544. "การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรินทร โกดาร์ต . "การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
นรินทร โกดาร์ต . การตรวจวัดวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีทัยป์ 1 จากพลาสมาด้วยวิธีการเพิ่มความสามารถ ในการตรวจหา p24 แอนติเจน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.