| ชื่อเรื่อง | : | การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงโดยวิธี feature-based |
| นักวิจัย | : | จิตดำรง ปรีชาสุข |
| คำค้น | : | VOICE RECOGNITION , SPEECH RECOGNITION , PATTERN RECOGNITION , FEATURE EXTRACTION , FEATURE-BASED , VOICE COMMANDS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45422 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ในงานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการติดต่อกับระบบคอมพิวเตอร์โดย ใช้เสียงของมนุษย์แทน ปัจจุบันการสั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทำงานนั้นจำเป็นต้องสั่งงาน ผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices) เช่น คีย์บอร์ด, เม้าส์ และอุปกรณ์รับข้อมูล อื่น ๆ งานวิจัยนี้ได้นำเสนอการใช้เสียงสั่งงานคอมพิวเตอร์ กลุ่มคำสั่งที่ใช้สั่งงานในงานวิจัยเป็นคำสั่งพื้นฐานภาษาอังกฤษ คำสั่งดังกล่าว มีลักษณะเป็น Isolate-word โดยระบบสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียง (CCV) ที่พัฒนาขึ้น มานี้เป็นลักษณะของการสั่งงานด้วยเสียงที่ขึ้นกับผู้พูด (Speaker-Dependent) โดยใช้ วิธี Feature-based เป็นแนวทางในการพัฒนา ซึ่ง Feature ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ คือ Syllable และ Mel-Frequency Cepstrum Coefficient (MFCC) Feature ระบบสั่งงาน คอมพิวเตอร์ด้วยเสียงที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 2 ส่วน คือ ส่วนแรก Training Part เป็นส่วนที่ทำการหาตำแหน่งเริ่มต้นและสุดท้ายของคำสั่ง ต่อมาทำการหา ลักษณะ (Feature) ที่สำคัญของสัญญาณเสียงเก็บเอาไว้เป็น Reference Template ส่วนที่สอง คือ Recognizing Part ก็จะทำหน้าที่เหมือนกับ Training Part แต่จะมีส่วนของการรู้ จำคำสั่งจากกลุ่มของ template files เพิ่มเข้ามาและกระทำตามคำสั่งที่เป็นผลลัพธ์ ของการรู้จำให้กับผู้สั่งงาน การทดลองระบบสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงได้ทำการทดลองคำสั่ง 10 คำสั่ง โดยใน 10 คำสั่งนี้แบ่งเป็นกลุ่มคำสั่ง 1 พยางค์, กลุ่มคำสั่ง 2 พยางค์ และกลุ่ม คำสั่ง 3 พยางค์ ทำการ Trained คำสั่ง 10 ครั้ง โดยระบบมีจำนวน Template ของกลุ่ม คำสั่งทั้งหมด 100 Templates และระบบใช้ Sample Rate ของสัญญาณคำสั่ง 8 KHz. โดยได้ ทดลองกับสภาพแวดล้อม 2 ลักษณะ คือ Offical Environment และ Quiet Environment โดยผลการสั่งงานถูกต้อง 90% และ 95% ที่ Official และ Quiet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized คนเดียวกัน ผลการสั่งงานถูกต้อง 36% และ 38% ที่ Official และ Quet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized ต่างบุคคลเพศเดียวกัน ผลการสั่งงานถูกต้อง 28% และ 31% ที่ Official และ Quiet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized ต่างเพศ ผลการ ทดลองแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถให้ผลการสั่งงานถูกต้องเป็นที่น่าพอใจเมื่อบุคคลทำการ Recognized กับบุคคล Trained คนเดียวกันและกลุ่มคำสั่งผ่านการ Trained มาก่อน นอกจากนี้การทดลองยังได้ทำการทดลองสั่งงานคำสั่งที่ไม่ได้ทำการ Trained ไว้ก่อน ประกอบด้วยกลุ่มคำสั่ง 1 พยางค์, กลุ่มคำสั่ง 2 พยางค์ และกลุ่มคำสั่ง 3 พยางค์ โดยสั่งงานคำสั่งที่ไม่ได้ Trained คำสั่งละ 10 ครั้ง โดยผลการสั่งงานถูกต้อง 93% และ 97% ที่ Official และ Quiet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized คนเดียวกันผลการสั่งงานถูกต้อง 98% และ 100% ที่ Official และ Quiet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized ต่างบุคคลเพศเดียวกัน ผลการสั่งงานถูกต้อง 90% และ 94% ที่ Official และ Quiet Environment ตามลำดับ โดยบุคคลทำการ Trained และ Recognized ต่างเพศ จากการทดลองต้นแบบระบบสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียง (CCV) สามารถตรวจสอบคำสั่ง ที่ไม่ได้ผ่านการ Trained มาก่อนอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการสั่งงานด้วยคำสั่ง ที่ผ่านการ Trained มาก่อน |
| บรรณานุกรม | : |
จิตดำรง ปรีชาสุข . (2544). การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงโดยวิธี feature-based.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตดำรง ปรีชาสุข . 2544. "การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงโดยวิธี feature-based".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จิตดำรง ปรีชาสุข . "การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงโดยวิธี feature-based."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. จิตดำรง ปรีชาสุข . การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงโดยวิธี feature-based. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
