ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์
นักวิจัย : อุรุวดี พรหมโคตร์
คำค้น : IRON , LACTATION , BREAST MILK
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45235
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

แม้ว่าจะมีการสูญเสียเลือดจำนวนมากในการคลอดบุตร ความสนใจต่อปัญหาโลหิตจางจาก การขาดธาตุเหล็ก (IDA) ในหญิงหลังคลอดบุตรยังมีจำกัดเนื่องจากเข้าใจว่าปริมาตรของเลือด จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และธาตุเหล็กสามารถถูกนำกลับมาใช้ใหม่ทำให้ไม่น่าจะมีปัญหาใน กลุ่มนี้ การศึกษานี้เป็นการศึกษาภาวะธาตุเหล็กในหญิงให้นมบุตร 4-6 เดือนหลังคลอด จำนวน 305 คน หญิงทั้งหมดนี้ได้รับธาตุเหล็กในระยะตั้งครรภ์ต่างกัน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับการเสริมธาตุเหล็กปริมาณ 60 มิลลิกรัมต่อวัน (G60D) 101 คน, 180 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ (G180W) 88 คน และ 120 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ (G120W) 116 คน การยอมรับการเสริมธาตุเหล็กในหญิงมีครรภ์ทุกกลุ่มมากกว่าร้อยละ 75 การศึกษานี้ได้เก็บ ตัวอย่างเลือดเพื่อวิเคราะห์ hematocrit (Hct), hemoglobin (Hb), free erythrocyte protoporphyrin (FEP) และ serum ferritin (Sfer) ข้อมูลการซักประวัติรับประทาน อาหารของหญิงให้นมบุตรตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 2 วันที่ไม่ต่อเนื่องกัน รวมทั้งการวิเคราะห์ ธาตุเหล็กในน้ำนมจากกลุ่มตัวอย่าง 148 คน ผลการวิเคราะห์ Hct, Hb และ FEP ของทั้ง 3 กลุ่ม พบว่าไม่พบความแตกต่างที่มี นัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่ค่า Sfer ของกลุ่ม G60D มีค่าสูงที่สุดอย่างมีนัยสำคัญ (p=0.0001) ความชุกโลหิตจางในหญิงให้นมบุตรเท่ากับ 16.7% และพบว่า ภาวะของธาตุเหล็กในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์สามารถอธิบาย Hb, FEP และ Sfer ของหญิงให้นมบุตร การเสริมธาตุเหล็ก ระหว่างตั้งครรภ์มีผลต่อเหล็กสะสมที่ 4-6 เดือนหลังคลอด และภาวะธาตุเหล็กในระยะใกล้ คลอดมีความสัมพันธ์ทางสถิติกับการเสริมธาตุเหล็กตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งครรภ์ ส่วนการ ได้รับธาตุเหล็กจากอาหารที่ร่างกายนำไปใช้ได้ต่ำ การสูญเสียธาตุเหล็กจากการตกเลือด และการติดเชื้อพยาธิปากขอมีผลร่วมกันในการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะการขาดธาตุเหล็ก ในหญิงให้นมบุตร แม้ว่าอุบัติการของการเกิดภาวะซีด / พร่องเหล็กสูงที่สุดในกลุ่ม G180W แต่ไม่พบความสัมพันธ์ทางสถิติระหว่างปริมาณธาตุเหล็กในน้ำนมแม่ กับภาวะธาตุเหล็กของแม่ ธาตุเหล็กในน้ำนมแม่เท่ากับ 0.3 mg/L ซึ่งมีปริมาณพอกันกับธาตุเหล็กในน้ำนมของหญิงให้นม บุตรสุขภาพดี การศึกษานี้ไม่สามารถสรุปได้ว่าภาวะธาตุเหล็กของแม่มีผลต่อธาตุเหล็กในน้ำนม สารอาหารที่หญิงให้นมบุตรทั้ง 3 กลุ่มได้รับไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ แต่ค่ามัธยฐานของ ธาตุเหล็กที่ดูดซึมได้จากอาหารโดยใช้ Monsen model ประมาณ 1.09 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่ง พอกันกับค่ามัธยฐานความต้องการ (1.05) ของหญิงให้นมบุตร จากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า การเสริมธาตุเหล็กระหว่างตั้งครรภ์น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อภาวะธาตุเหล็กระยะหลังคลอด และควรมีมาตรการเสริมสร้างภาวะธาตุเหล็กในหญิงให้นมบุตรเพื่อป้องกันปัญหาในระหว่าง ให้นมบุตร

บรรณานุกรม :
อุรุวดี พรหมโคตร์ . (2544). ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุรุวดี พรหมโคตร์ . 2544. "ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อุรุวดี พรหมโคตร์ . "ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
อุรุวดี พรหมโคตร์ . ภาวะธาตุเหล็กของหญิงให้นมบุตร (4-6 เดือนหลังคลอด) ซึ่งได้รับการเสริมธาตุเหล็ก ทุกวันหรือสัปดาห์ละครั้งในระยะตั้งครรภ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.