ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน
นักวิจัย : เอกราช แพรม่วง
คำค้น : อิมโพรไวเซชั่น , คลาริเน็ต , ดนตรีแจ๊ส , IMPROVISATION , CLARINET , JAZZ MUSIC
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45195
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาสไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาประวัติของเบนนี กูดแมน และวิเคราะห์สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของ เบนนี กูดแมน และการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยได้เลือกเพลงที่มีการบรรเลงที่เน้นอิมโพรไวเซชั่น ของเบนนีที่ชัดเจนจำนวน 8 เพลง แล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์การเปลี่ยนทำนองเพลง และ การวิเคราะห์ทำนองอิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน ประกอบกับข้อมูลด้านประวัติของเบนนี กูดแมน โดยการศึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแจ๊ส ผลการวิจัยพบว่า 1. เบนนีเริ่มฝึกคลาริเน็ตตั้งแต่อายุ 10 ปี ด้วยจิตใจที่รักในเสียงดนตรีและขยัน ฝึกซ้อมทำให้เบนนีมีการพัฒนาการเล่นคลาริเน็ตอย่างรวดเร็ว เบนนีทำให้ได้สั่งสมประสบการณ์ การเล่นคลาริเน็ตจากแนวเพลงมาร์ชในวงโยธวาทิต พร้อมกับได้ฝึกพื้นฐานการเล่นคลาริเน็ต แนวคลาสสิกและเบนนีสนใจศึกษาดนตรีสไตล์นิวออร์ลีนส์จากนักดนตรีที่มีชื่อเสียง และได้ ประยุกต์ให้เป็นสไตล์ของตนเอง เบนนีมีความตั้งใจในการทำงานอย่างจริงจัง มีการพัฒนา ตัวเองอยู่เสมอ มีจิตใจที่เป็นประชาธิปไตยไม่แบ่งแยกสีผิวในสมาชิกในวง และให้โอกาส กับนักดนตรีในวงได้แสดงเดี่ยวร่วมกับวง และประกอบกับความสามารถของนักเรียบเรียง เสียงประสาน ความสามารถในการแสดงเดี่ยวของเบนนีและความสามารถของนักดนตรีในวงที่มี สูงจึงทำให้เบนนี กูดแมนเป็นนักคลาริเน็ตและหัวหน้าวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จ 2. สไตล์อิมโพรไวเซชั่นทั้ง 8 เพลง พบว่าแต่ละเพลงมีองค์ประกอบทางดนตรีที่ต่างกัน มีการจัดลำดับอิมโพรไวเซชั่นของแต่ละเครื่องไว้อย่างชัดเจน เบนนีมีการเปลี่ยนทำนองเพลง โดยการเปลี่ยนจังหวะ เปลี่ยนทำนอง และเพิ่มเทคนิคของคลาริเน็ต ทำให้ทำนองเพลงน่าสนใจ มากขึ้น จากการเปรียบเทียบทั้ง 8 เพลง พบว่าเทคนิคส่วนใหญ่ที่เบนนีอิมโพรไวเซชั่นที่ เหมือนกันทั้ง 8 เพลง คือ ช่วงเสียงคลาริโน (Clarino Tone) โน้ตในคอร์ด โน้ตออกซิลเลียรี ประโยคเพลงใหญ่ โน้ตผ่าน ช่วงคู่แปด การซ้ำ โน้ตบูลส์ และการใช้เทคนิคเครื่องคลาริเน็ต เทคนิคที่เบนนี กูดแมนใช้เป็นบางเพลง คือ ช่วงเสียงชาลูโม (Chalumeau Tone) และช่วง เสียงลำคอ (Throat Tone) ซะเราน์ดิง โน้ต ฟิกเกอร์ บันไดเสียงเพนทาโทนิค โน้ตแอนทิซิเพชั่น และซีเควนซ์

บรรณานุกรม :
เอกราช แพรม่วง . (2544). สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เอกราช แพรม่วง . 2544. "สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
เอกราช แพรม่วง . "สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
เอกราช แพรม่วง . สไตล์อิมโพรไวเซชั่นของเบนนี กูดแมน กรณีศึกษาผลงานชุดอาฟเทอร์ ยูฟ กอน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.