ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์
นักวิจัย : วรรณระวี จันทร์โท
คำค้น : CHITOSAN , IRON , ADSORPTION , CAPACITY , DEGREE OF DEACETYLATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45109
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ไคตินจัดเป็นพอลิเมอร์ในธรรมชาติที่พบในกระดองปูและเปลือกกุ้ง เมื่อไคตินถูกกำจัด หมู่อะซีติลออกจะเกิดเป็นอนุพันธ์ชนิดใหม่คือไคโตแซน จากงานวิจัยพบว่าไคโตแซนมีสมบัติ ดูดซับอิออนของโลหะได้ ในปัจจุบันนี้ไคโตแซนได้ถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อลด การดูดซึมไขมันและคลอเรสเตอรอลในร่างกาย งานวิจัยนี้จะศึกษาและเปรียบเทียบสมบัติในการดูดซับไอออนของเหล็ก (II) ในสภาวะ กรด (0.01 MHC1) เพื่อจำลองสภาพความเป็นกรดในกระเพาะอาหารด้วยไคโตแซน 3 ชนิด ได้แก่ ไคโตแซน เอส แอล และเอ็ม ซึ่งไคโตแซนทั้งสามชนิดนี้จะมีความบริสุทธิ์ต่างๆ กัน กล่าวคือไคโตแซนเอสมีความบริสุทธิ์สูงสุดประมาณร้อยละ 98 โดยน้ำหนัก ในขณะที่ไคโตแซน แอล และเอ็ม มีกรดแอสคอร์บิคร้อยละ 5 โดยน้ำหนัก และคาร์โบไฮเดรต (รวมแป้ง) ร้อยละ 32.6 โดยน้ำหนักตามลำดับ ค่าความจุสำหรับการดูดซับของไคโตแซนจะถูกตรวจวัดหลังจากที่ ไคโตแซนสัมผัสกับสารละลายนาน 2 ชั่วโมง ซึ่งพบว่าลำดับความสามารถในการดูดซับเป็นดังนี้ คือ ไคโตแซน แอล (167(+,ฑ)46 mg/g) > ไคโตแซน เอ็ม (93(+,ฑ)9 mg/g) > ไคโตแซน เอส ขนาดอนุภาค 125-300 (+,m)m (60(+,ฑ)6 mg/g) > ไคโตแซน เอส ขนาดอนุภาค > 300 (+,m)m (36(+,ฑ)4 mg/g) กล่าวคือไคโตแซน เอส ซึ่งมีขนาดอนุภาค เล็กกว่าจะมีพื้นที่ผิวภายนอกมากกว่า ทำให้มีความจุของการดูดซับมากกว่าไคโตแซนที่มีขนาด อนุภาคใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม พบว่าลำดับความสามารถในการดูดซับของผลิตภัณฑ์ไคโตแซนไม่มี ความสัมพันธ์กับ degree of deacetylation ซึ่งตรวจวัดด้วยเทคนิค 3 เทคนิค ได้แก่ เทคนิค first-derivative UV spectroscopy เทคนิค IR และเทคนิค solid-state (13)C NMR นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเติมเต็มได้แก่ แป้งซึ่งพบในไคโตแซนชนิดเอ็ม และกรดแอสคอร์บิคซึ่งพบ ในไคโตแซนชนิดแอลนั้น มีบทบาทต่อความสามารถในการดูดซับไอออนของเหล็ก (II) ด้วย กล่าวคือ เมื่อตัวเติมเต็มเหล่านี้ถูกกำจัดออกโดยการล้างพบว่าความสามารถในการดูดซับของไคโตแซน ทั้งสองชนิดข้างต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงานวิจัยนี้ได้เสนอกลไกการดูดซับไอออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซน

บรรณานุกรม :
วรรณระวี จันทร์โท . (2543). ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณระวี จันทร์โท . 2543. "ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วรรณระวี จันทร์โท . "ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
วรรณระวี จันทร์โท . ค่าความจุของการดูดซับอิออนของเหล็ก (II) ด้วยไคโตแซนบางชนิดในสารละลายกรด ไฮโดรคลอริกเข้มข้น 0.01 โมลาร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.