| ชื่อเรื่อง | : | นัยสำคัญของโปรตีเอสจาก ~iBURKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i การพัฒนาโมโนโคลนอล แอนติบอดี และการสร้างโปรตีนลูกผสมที่จับเฉพาะกับโปรตีเอส |
| นักวิจัย | : | วิมล เพชรกาญจนาพงศ์ |
| คำค้น | : | ~iBUKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i , MELIOIDOSIS , PROTEASES , MONOCLONAL ANTIBODY , CHIMERIC PROTEASE-BINDING PROTEIN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=45139 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ~iBurkholderia pseudomallei~i เป็นสาเหตุหนึ่งของการติดเชื้อในกระแสโลหิตที่พบ มากในประเทศไทย ซึ่งมีอัตราการตายสูง ผู้ป่วยประมาณ 50 เปอร์เซนต์มักเสียชีวิตภายใน 2 วัน หลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ได้มีการพัฒนาวิธีตรวจวินิจฉัยโรคนี้ทางห้องปฏิบัติการกัน อย่างแพร่หลาย เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์ ในการผลิตโปรตีนลูกผสมและโมโนโคลนอล แอนติบอดี ที่สามารถจับอย่างจำเพาะกับโปรตีเอส ของ ~iB. pseudomallei~i เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิสให้ได้ผลรวดเร็ว จากการศึกษานี้ สามารถแยกสกัดเอนไซม์โปรตีเอสที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้สามชนิด (โปรตีเอส 1, 2 และ 3) โดยเอนไซม์ทั้งสามมีคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการก่อโรคดังนี้ ยับยั้ง การแข็งตัวของเลือด ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก ย่อยสลายอิมมิวโนโกลโบลิน และทำลายโปรตีน อื่นอีกหลายชนิด และมีคุณสมบัติเป็น cytotoxicity และ antigenicity พบว่าโปรตีเอส 1 เป็นส่วนประกอบหลักของเอนไซม์ที่ถูกหลั่งออกมานอกเซลล์ นอกจากนี้ยังพบว่าประมาณ 90 เปอร์เซนต์ของผู้ป่วยมีการสร้างแอนติบอดีต่อโปรตีเอส 1 ซึ่งบ่งชี้ว่าโปรตีเอสมีบทบาทสำคัญ ต่อการเกิดพยาธิสภาพและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้น โปรตีเอส 1 จึงเป็น เป้าหมายสำคัญที่จะศึกษาและพัฒนางานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องต่อไป โมโนโคลนอล แอนติบอดีที่จำเพาะต่อโปรตีเอส 1 (MAb P(,1)H(,2)C(,4)) ชนิด IgM ได้รับการผลิตขึ้นเป็นผลสำเร็จ โดยมีความจำเพาะต่อโปรตีเอส 1 ที่ 41 kDa ทั้งในโปรตีเอส 1 ที่เตรียมบริสุทธิ์ และเชื้อ ~iB. pseudomallei~i เมื่อตรวจด้วยวิธี Immunoblotting จากการศึกษาคุณสมบัติด้วยวิธี ELISA และ IFA พบว่า MAb P(,1)H(,2)C(,4) มีความจำเพาะ ต่อโปรตีเอส 1 ทั้งในน้ำเลี้ยงแบคทีเรียและตัวแบคทีเรีย ~iB. pseudomallei~i นอกจากนี้ พบว่า MAb P(,1)H(,2)C(,4) มีการทำปฏิกริยากับโปรตีเอสชนิดอื่นๆ เช่น trypsin, proteinase K และ subtilisin ผลการทดสอบความสามารถจับอย่างจำเพาะของโมโนโคลนอล แอนติบอดี กับ ~iB. pseudomallei~i จำนวน 25 สายพันธุ์ และแบคทีเรียอื่นจำนวน 45 สายพันธุ์ ด้วยวิธี Sandwich ELISA พบว่า MAb P(,1)H(,2)C(,4) มีความจำเพาะต่อ ~iB. pseudomallei~i ทุกสายพันธุ์ ไม่ทำปฏิกริยากับแบคทีเรียอื่น โดยสามารถตรวจพบเชื้อ ~iB. pseudomallei~i จำนวนต่ำที่สุดที่ 10(4) เซลล์ต่อมิลลิลิตร โปรตีนเรืองแสงลูกผสมที่มีคุณสมบัติจับอย่างจำเพาะกับโปรตีเอส 1 ได้ถูกผลิตขึ้นเป็นผล สำเร็จ สามารถใช้ในการตรวจวัดโปรตีเอส 1 ได้ที่ความเข้มข้นต่ำสุด 250 นาโนกรัม และแสดง คุณสมบัติจับอย่างจำเพาะกับโปรตีเอส 1 เท่านั้น และไม่ทำปฏิกริยากับโปรตีเอสชนิดอื่นๆ เช่น subtilisin, trypsin, proteinase K และ RNase Hybridoma agglutination test (HAT) ได้พัฒนาขึ้นจากการทำให้เซลล์ลูกผสมที่ผลิต โมโนโคลนอลแอนติบอดี MAb P(,1)H(,2)C(,4) มีความเสถียร HAT เป็นปฏิกริยาเกาะกลุ่มระหว่าง เซลล์ลูกผสมที่ผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีและ ~iB. pseudomallei~i ซึ่งการทดสอบทำได้ง่าย และรวดเร็วใช้เวลาเพียง 2-5 นาที สามารถทำการตรวจสอบได้ทุกห้องปฏิบัติการ และราคาถูก อีกทั้งเซลล์ที่ใช้นี้เป็นผลพลอยได้จากการผลิตโมโนโคลนอล แอนติบอดี จากการประเมินผลการใช้ HAT ในภาคสนามเพื่อวินิจฉัยการติดเชื้อ ~iB. pseudomallei~i ใน Hemoculture จำนวน 520 ตัวอย่าง พบว่า HAT มีความไว (96.3%) และความจำเพาะ (97.95%) สูง เมื่อเปรียบเทียบ กับการวินิจฉัยด้วยวิธีเพาะเชื้อ การศึกษานี้ได้ประยุกต์ใช้โปรตีเอส 1 เป็นแอนติเจนสำหรับการตรวจวิเคราะห์ทางน้ำเหลือง วิทยา โดยตรวจหาอิมมิวโนโกลโบลินชนิดจี และเอ็ม ด้วยวิธี ELISA พบว่ามีความไวเท่ากับ 90 และ 83.3 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ความจำเพาะเท่ากับ 91.3 และ 93.1 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ในการวินิจฉัยโรคเมลิออยโดสิสเมื่อเปรียบเทียบกับการเพาะเชื้อ งานวิจัยครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดีในการตรวจหาเอนไซม์โปรตีเอสของ ~iB. pseudomallei~i เพื่อวินิจฉัยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ซึ่ง จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลง การประยุกต์ใช้โมโนโคลนอลแอนติบอดี และโปรตีน เรืองแสงลูกผสมที่มีคุณสมบัติจับกับโปรตีเอสอย่างจำเพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจ วิเคราะห์การติดเชื้อ ~iB. pseudomallei~i จากสิ่งส่งตรวจเป็นงานวิจัยที่กำลังดำเนินการ และคาดว่าจะก่อประโยชน์อย่างมาก |
| บรรณานุกรม | : |
วิมล เพชรกาญจนาพงศ์ . (2543). นัยสำคัญของโปรตีเอสจาก ~iBURKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i การพัฒนาโมโนโคลนอล แอนติบอดี และการสร้างโปรตีนลูกผสมที่จับเฉพาะกับโปรตีเอส.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิมล เพชรกาญจนาพงศ์ . 2543. "นัยสำคัญของโปรตีเอสจาก ~iBURKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i การพัฒนาโมโนโคลนอล แอนติบอดี และการสร้างโปรตีนลูกผสมที่จับเฉพาะกับโปรตีเอส".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วิมล เพชรกาญจนาพงศ์ . "นัยสำคัญของโปรตีเอสจาก ~iBURKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i การพัฒนาโมโนโคลนอล แอนติบอดี และการสร้างโปรตีนลูกผสมที่จับเฉพาะกับโปรตีเอส."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. วิมล เพชรกาญจนาพงศ์ . นัยสำคัญของโปรตีเอสจาก ~iBURKHOLDERIA PSEUDOMALLEI~i การพัฒนาโมโนโคลนอล แอนติบอดี และการสร้างโปรตีนลูกผสมที่จับเฉพาะกับโปรตีเอส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
